วัน พฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
Home > เวทีความคิด
    ECB ยังพยุงทองคำในระดับสูงแต่ระยะยาวUSลดดบ.ยังกดดัน


จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ใครต่อใครพยายามเอาใจลุ้นให้ทองคำในประเทศปรับเพิ่มขึ้นไปอยู่เหนือ 20,000 บาทให้สำเร็จ ด้วยปัจจัยบวกชนิดมีน้ำหนักเข้ามาสนับสนุน  แต่พอตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และเป็นการปรับขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2013 ประกาศออกมา ถือเป็นมูลเหตุสำคัญที่กดดันไม่ให้ราคาทองคำขยับไปไหน และปรับตัวลดลงเล็กน้อย

โดยน้ำหนักที่กดดันการทะยานของราคาทองคำในช่วงนี้ ยังต้องยกไปให้กับความเห็นของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นางเจเน็ต เยลเลน ที่ออกมาย้ำว่า ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แม้มีการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเมษายนที่ปรับตัวขึ้นเกินคาด เพราะหากปรับขึ้นดอกเบี้ยล่าช้าก็อาจเกิดความเสี่ยงร้อนแรงเกินไป อย่างไรก็ตามเธอเตือนว่าเศรษฐกิจของอเมริกายังคงแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอ โดยอัตราคนว่างงานที่ลดลงแตะร้อยละ 5.4 ไม่ได้สะท้อนถึงความเอื่อยเฉื่อยในตลาดแรงงาน และจากคำพูดนี้เอง จึงทำให้นักลงทุนยังไม่ไว้วางใจเพิ่มน้ำหนักลงทุนในทองคำ

ก่อนหน้านี้ ราคาทองคำปรับขึ้นเล็กน้อยหลังรายงานการประชุม FOMC ครั้งล่าสุดแสดงให้เห็นว่าสมาชิกส่วนใหญ่ไม่อยากให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงมิถุนายนนี้ แต่ราคาก็ยังสามารถยืนเหนือระดับ 1,200 ดอลลาร์/ออนซ์ได้ แม้เป็นการปรับขึ้นค่อนข้างจำกัด

 ขณะเดียวกันแนวโน้มราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังสหรัฐฯเปิดเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านเดือนเมษายนพุ่งสูงสุดในรอบกว่า 7 ปี ส่วนปัจจัยบวกคือ สกุลเงินยูโรอ่อนค่าลงจากข่าวที่ว่าธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB จะเพิ่มวงเงินการซื้อพันธบัตรในช่วงเดือนพฤษภาคม และ มิถุนายน รวมถึงรมว.คลังกรีซได้แสดงความเชื่อมั่นว่า กรีซจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับประเทศเจ้าหนี้ได้

นอกจากนี้ สภาทองคำโลก หรือ WGC เผยว่าความต้องการทองคำทั่วโลกในไตรมาส 1/2558 อยู่ที่ 1,079 ตัน ลดลง 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากจีนซึ่งเป็นตลาดทองคำรายใหญ่ชะลอการนำเข้าตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว สร้างแรงกดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลงหลังจากปรับขึ้นมาแรงในช่วงก่อนหน้า

ดังนั้นปัจจัยบวกที่เหลืออยู่ของทองคำในช่วงนี้ คือการที่เงินยูโรอ่อนค่าลง ประกอบกับความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของ ECB  ที่จะยังคงดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป จนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะดีดตัวขึ้น และภาคเอกชนรวมทั้งผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นมากขึ้นนั่นเอง

.....สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาในช่วงต่อจากนี้ไปคือ การรายงานตัวเลขดัชนีภาคการผลิตของประเทศจีน เยอรมนี และยุโรป รวมทั้งตัวเลขของยอดผู้รับสวัสดิการของสหรัฐฯ และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนพ.ค. ของสหรัฐฯ รวมไปถึงยอดขายบ้านมือสองเดือนเม.ย.

ขณะที่กลยุทธ์ลงทุน สำหรับ Gold Futures หลายค่ายแนะนำเปิดสถานะ Short ในทุก Series เพื่อเล่นรอบขาลงช่วงสั้น และรอปิดสถานะที่แนวรับหรือรอเปิดสถานะ Long  ช่วงราคาลงทดสอบแนวรับเพื่อเล่นรอบในทิศทางขาขึ้นอีกครั้ง โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวทองคำไว้ที่แนวรับ 1,185 ดอลลาร์/ออนซ์ แนวต้าน 1,230 ดอลลาร์/ออนซ์

โดยระยะสั้น หากขายทำกำไรไปบริเวณ 1,220 ดอลลาร์/ออนซ์ขึ้นไป แนะนำเข้าซื้อคืนอีกครั้งบริเวณ 1,205 ดอลลาร์/ออนซ์หรือต่ำกว่า โดยมีจุดตัดขาดทุนบริเวณ 1,198  ดอลลาร์/ออนซ์ และจุดทำกำไรบริเวณ 1,225-1,245 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนระยะยาว ยังแนะนำถือทองคำต่อไปหรือซื้อเพิ่มย่อมาบริเวณต่ำกว่า 1,185 ดอลลาร์/ออนซ์

ไม่เพียงเท่านี้ หากราคาทองคำอาจมีโอกาสขยับทดสอบแนวต้านที่โซน 1,220 ดอลลาร์/ออนซ์ นักลงทุนต้องจับระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยหากสะสมทองคำไว้ อาจมีการขายทำกำไรบ้างส่วนออกมาบ้าง

 

    วันที่ : 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
Share
 
 
 
    หุ้น Yield Value Rank
    หุ้น Market Cap Rank
    หุ้น Closing Rank
    หุ้น Book Value Rank
    หุ้น P/E Ratio Rank
    www.gloryskygroup.com
    www.thaivi.com
    www.lsx.com.la
          
            
            
           สงวนลิขสิทธิ์ © 2002 - 2011 โดย Hooninside.com