วัน อาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
Home > บทสัมภาษณ์
     (เพิ่มเติมรูปภาพ) รายงานพิเศษ:เปิดตำราพิชิต SET ปีวอก

 



     เริ่มจากนักลงทุนรายใหญ่อย่าง นายอานนท์ชัย  วีระประวัติ หรือในนามเสี่ยกู๊ด   ได้กล่าวว่า  แนวโน้มตลาดหุ้นในปีหน้ายังประเมินค่อนข้างลำบาก  และที่สำคัญถือว่าคาดเดายากกว่าปีที่ผ่านๆมา อย่างไรก็ตาม  ในเบื้องต้นตลาดน่าจะดูดีขึ้นกว่าที่คาดการ์ณไว้  ซึ่งมองว่าความเสี่ยงเรื่องดอลลาร์และสงครามระหว่างประเทศจะลดลง แต่ในขณะเดียวกันอัพไซด์น่าจะยังค่อนข้างจำกัด

    ด้านนายวัชระ แก้วสว่าง   หรือในนาม “เสี่ยป๋อง”  นักลงทุนรายใหญ่ผู้เอาชนะตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ได้กล่าวว่า ผมยังมีมุมมองเป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทยและยังมีความน่าสนใจที่จะลงทุนต่อไป เนื่องจากราคาหุ้นในปี 2558 ปรับตัวลงมาค่อนข้างแรง “ ตัวผมเองยังได้กำไรทั้งปีมาแค่ 0.?? เท่านั้น  ซึ่งปีก่อนๆเคยได้ กำไรเป็นตัวเลข2หลักตลอด” ส่วนในปี2559 ปัจจัยสนับสนุนหลักคือการกระตุ้นของนโยบายภาครัฐเป็นหลัก ซึ่งจะหนุนให้ผลประกอบการของธุรกิจประเภทรับเหมาก่อสร้างได้รับผลกันอย่าง ทั่วถึงทุกบริษัท อีกทั้งยังได้แรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวได้อย่างดี โดยคาดว่า ดัชนีหุ้นไทยในปี2559 จะอยู่ประมาณ “1450จุด”  บวกลบ บนระดับ P/E16 เท่า 
    อย่างไรก็ตาม อาจจะต้องพบกับปัจจัยกดดันหลักคือการที่บริษัทของประจีนได้รับเลือกเข้า ดัชนีMSCI จึงอาจทำให้บริษัทของประเทศไทย(เล็กมากเมื่อเทียบกับจีน) จะดรอปลงเล้กน้อย แต่จะเริ่มคลี่คลายไปเรื่อยๆจนไม่น่ากังวล ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานยังคงทรงตัวต่อไปแม้ราคาหุ้นปรับตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง จนมองว่าราคาเริ่ม “ถูก”แล้วก็ตาม ส่วนหุ้นกลุ่มสื่อสาร แนะนำเลยว่า “สามารถเล่นได้แค่ช่วงรีบาวน์” เพราะมีการแข่งขันที่สูง อนึ่งมีคู่ทางธุรกิจเพิ่มขึ้น เป็น4บริษัท จากเดิมเพียง3บริษัทก็มีการแข่งขันที่สูงอยู่แล้ว 
    ดังนั้นแนะนำให้ลงหุ้นหุ้นเป็นรายตัว หรือจะเน้นหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่ได้รับผลประโยชน์จากมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจภาครัฐโดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่

    กูรูจาก บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน นาย ยศพล แสงนิล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์    ประเมินแนวโน้มดัชตลาดหุ้นไทยในปี59คาดว่าจะอยู่ที่ “1,525 จุด”   โดยมีปัจจัยบวกจาก ภาคการท่องเที่ยว ในประเทศที่เริ่มมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง  ประกอบกับ ภาคการบริโภคภายในประเทศที่มีแนวโน้มสูงขึ้นรับอาสิสงส์การกระตุ้นเศรษฐกิจ ภาครัฐที่คาดว่าจะมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการลงทุนขนาดใหญ่ ที่จะสนับสนุนให้ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(GDP) อยู่ที่ระดับราว 3.5%

    ส่วนปัจจัยลบมองว่าจะมาจากปัญหาภัยแล้งที่ยังไม่จบไม่สิ้น ซึ่งเป็นสถานการ์ณที่คาดเดาลำบาก รวมถึงภาคการส่งออกที่มองว่ายังคงชะลอตัวต่อไป โดยมีปัจจัยกดดันหลีกคือจีนที่ภาพรวมเศรษฐกิจยังคงชะลอตัว  โดยปัจจัยลบดังกล่าว ให้แนวรับสำคัญในปีหน้าไว้ที่  “1250จุด”
    กลยุทธ์แนะนำ หุ้นกลุ่ม รับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง ที่ได้รับอานิสงส์โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่จากภาครัฐ โดยมีหุ้นเด่นประจำปี 2559 ดังนี้  IRPC – SVI – KTB – CK – SCC – BDMS


     สำหรับ นายจักรกริช เจริญเมธาชัย กรรมการผู้จัดการ บล.เออีซี ได้กล่าวว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยปี 2559 เคลื่อนไหวในกรอบ 1080 -1390 จุด ภายใต้สมมติฐานที่ประสิทธิภาพทำกำไรระยะกลาง (LT Returns On Equity) อยู่ที่ 14% ระดับต้นทุนส่วนผู้ถือหุ้นในช่วง 11% และมีระดับ P/E ที่ระดับ 14.5 เท่า ขณะที่กำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) กำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดหุ้นไทยปี 2559 โต 10% อยู่ที่ 96 บาทต่อหุ้น
     สำหรับ ปัจจัยบวกในประเทศคือแนวโน้มที่จะใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในส่วนของงบ ลงทุน และในส่วนของเชิงนโยบาย รวมถึงนโยบายด้านการจัดสรรเงินและปรับปรุงกฎหมายเพื่อเร่งการลงทุนที่จะ ชัดเจนมากขึ้น ส่วนปัจจัยเสี่ยงมองว่าปัญหาภัยแล้งที่อาจจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของภาค เกษตรกร
    กลยุทธ์การลงทุนในปี 2559 แนะนำเลือกลงทุนในอุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของเศรษฐกิจไทย  ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาล กลุ่มท่องเที่ยวและการโรงแรม กลุ่มสินเชื่อเช่าซื้่อ ละกลุ่มค้าปลีก โดย Top Pick ในกลุ่มที่เป็นบิ๊กแคป ได้แก่ BDMS CENTEL BJC AOT IRPC ขณะที่หุ้น Medium To Small Cap ที่เป็น Top Buy ได้แก่ KAMART FORTH SMPC TKS และ NYT
      ส่วนอุตสาหกรรมที่มีโอกาสถูกเพิ่มน้ำหนักการลงทุน และมีโอกาสโดดเด่นในปี 2559 คืออุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่รอผลบวกจากการขยายธุรกิจในต่างประเทศ เช่น บริษัท CBG ICHI และกลุ่มธุรกิจดิจิทัลทีวี ที่ฝ่ายวิจัยฯรอดูแนวโน้มเพิ่มสัดส่วนเม็ดเงินโฆษณาที่มีโอกาสปรับเพิ่มตาม เรตติ้ง เช่น WORK และ RS ส่วนอุตสาหกรรมที่ให้น้ำหนักมากกว่าตลาด ได้แก่ กลุ่มธนาคาร กลุ่มอสังหาฯ และกลุ่มธุรกิจเกษตร

       ต่อมาเป็น “นายวิน พรหมแพทย์”  ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด ได้กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นในไทยในปี2559 มองว่าจะจบสวยกว่าปี2558 โดยมีปัจจัยหนุนจากโครงสร้างขนาดใหญ่จากภาครัฐที่จะดึงความเชื่อมั่นของนัก ลงทุนและภาคเอกชนได้อย่างต่อเนื่องรวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่ถือเป็นแกนหลัก ที่ทำให้เม็ดเงินจากต่างประเทศไหลเข้ามา โดยมองว่าภาคการท่องเที่ยวจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นได้ อีกทั้งต้องลุ้นความชัดเจนการร่างรัฐธรรมนูญ  ซึ่งหากมีความชัดเจนขึ้นจะทำให้นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาซื้ออีกครั้ง
       
อย่าง ไรก็ตามปัจจัยลบสำคัญในประเทศได้แก่ปัญหาภัยแล้งที่ยังคงกดดันราคาสินค้า เกษตรให้ตกต่ำ รวมถึงหนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง โดยมองว่าเป็นปัจจัยลบสำคัญที่ยังกดดันบรรยากาศการลงทุนในปี2559
     ดังนั้นแนะนำลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์จากการลงทุนในโครงสร้าง ขนาดใหญ่จากภาครัฐ อย่างกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น รวมถึงหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวอย่างสายการบินและโรงแรม


       นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด  เปิดเผยว่า  คาดดัชนีหุ้นไทยปลายปี 2559 ที่ระดับ 1,400-1,450 จุด โดยมีปัจจัยหนุนจากในประเทศเป็นหลัก ที่สำคัญคือการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานซึ่งหากดำเนินการได้อย่างมี ประสิทธิภาพ จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นในการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน  เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจสามารถเติบโตตามเป้าที่วางไว้ได้ ทั้งนี้  บลจ.กสิกรไทยและศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ตัวเลข GDP ของไทยในปี 2559 จะขยายตัวได้ในกรอบ 2.5%-3.5% และยังเชื่อว่ารัฐบาลน่าจะเร่งขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ให้เป็นรูปธรรมชัดเจนมากกว่ากว่าปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการเร่งรัดการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 อุตสาหกรรม  ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อเนื่องยังภาคการส่งออก และการกระตุ้นการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ  โดยบีโอไอตั้งเป้าว่าในปี 2559 มูลค่าการของบส่งเสริมการลงทุนน่าจะอยู่ที่ 4.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 2.1 แสนล้านบาท เท่ากับว่าขยายตัวเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัว

     ปิดท้ายด้วยนางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.บัวหลวง เปิดเผยว่า  แนวโน้มหุ้นไทยในปี2559 มองว่ามีลักษณะ Sideway up หากรัฐบาลสามารถทำให้ความมั่นใจกลับคืนมาได้ และไม่มีความรุนแรงทางการเมืองอะไรเกิดขึ้นอีก ซึ่งหากประชาชนมีกำลังซื้อที่ดีขึ้น จะช่วยให้กำไรของบริษัทจดทะเบียนเติบโต โดยมีปัจจัยเสี่ยง คือ ภัยแล้งกับกำลังซื้อของรากหญ้าไม่ดีขึ้น หากแก้ไขตรงนี้ได้จะไปได้เร็วและช่วยลดความเสี่ยงจากความไม่สงบภายในประเทศ ลงไปได้ รวมถึง ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จะฟื้นตัวได้
      จากการสำรวจของผู้สื่อข่าว หุ้นอินไซต์ จากเหล่ากูรูในวงการหุ้นพบว่าตลาดฯในปี2559 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น เสียงส่วนใหญ่พบว่ามีปัจจัยหนุนจาก  การลงทุนจากภาครัฐ ที่จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้อย่างเต็มเปรี่ยม รวมถึงยังส่งผลดีต่อผลประกอบการบริษัทที่ได้รับงานอีกด้วย  และที่มีความเห็นตรงกันอีก คือ กลยุทธ์การลงทุนที่พร้อมกันแนะลงทุนในหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อ สร้าง เนื่องจากได้รับอานิสงส์มากสุดจากการลงทุนในโครงสร้างขนาดใหญ่จากภาครัฐ


---จบ---

 

(ภาคภูมิ พุ่มมาลา รายงาน;ธนัสสรณ์ เปี่ยมสมบูรณ์ เรียบเรียง;โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com )  

 

    วันที่ : 07 มกราคม พ.ศ. 2559
Share
 
 
 
    หุ้น Yield Value Rank
    หุ้น Market Cap Rank
    หุ้น Closing Rank
    หุ้น Book Value Rank
    หุ้น P/E Ratio Rank
    www.gloryskygroup.com
    www.thaivi.com
    www.lsx.com.la
        
          
          
         สงวนลิขสิทธิ์ © 2002 - 2011 โดย Hooninside.com