วัน พฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
Home > บทสัมภาษณ์
    รายงานพิเศษ:ผ่าธุรกิจCOMAN จะลงกระดาน mai เร็วๆ นี้


                                รายงานพิเศษ :ภาพรวมตลาดไอพีโอคึกคัก ตั้งเเต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันหุ้นน้องใหม่หลายบริษัทเดินหน้าเข้าลงกระดานซื้อ ขาย ล่าสุด ก.ล.ต.เริ่มนับหนึ่งแบบขออนุญาตการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชน (ไฟลิ่ง)บมจ.โคแมนชี่ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ นามซื้อขายในตลาดหุ้นว่า COMAN  เพื่อเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชน (IPO)จำนวน  34 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท  ซึ่ง COMAN เป็นผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาเพื่อจำหน่ายและติดตั้งโปรแกรมสาเร็จรูปที่ใช้ใน โรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ผ่านช่องทางการจัดจาหน่าย 2 ช่องทาง รวมถึงยังมีการลงทุนในบริษัทอื่น 1 แห่ง ซึ่งมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้แก่บริษัท เอ็มเอสแอล ซอฟต์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ MSL
                โครงสร้างผู้ถือหุ้นหลัง IPO   แบ่งเป็นประชาชน 25.4%  ,กลุ่มนายสมบูรณ์ ศุขีวิริยะ 38.1%   และกลุ่มนายอภิชัย สกุลสุรียเดช 36.6% ซึ่งมีบล. ทรีนีตี้ เป็น FA & Lead Underwriter




*****ความเป็นมาของบริษัท******
      บริษัท โคแมนชี่ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “COMAN”) ประกอบธุรกิจหลักเป็นผู้พัฒนาเพื่อจำหน่ายและติดตั้งโปรแกรมสำเร็จรูปที่ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทฯ โดยจดทะเบียนลิขสิทธิ์โปรแกรม Comanche Hotel Software และ Data Base กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา บริษัทฯ ให้บริการติดตั้งโปรแกรมดังกล่าวในสถานที่ประกอบการของลูกค้า จัดหลักสูตรฝึกอบรมผู้ใช้โปรแกรม และให้บริการหลังการขายโดยการให้คำปรึกษา การบริการซ่อมบำรุงต่างๆ และการบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบัน บริษัทฯ มุ่งเน้นพัฒนาโปรแกรมสำเร็จรูปที่ใช้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ได้แก่ โปรแกรมสำเร็จรูปที่ใช้ในโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ เป็นต้น
    นอกจากนี้ บริษัทฯ มีนโยบายลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจในลักษณะใกล้เคียงกันหรือธุรกิจที่สนับ สนุนธุรกิจหลักของบริษัทฯ เพื่อขยายงานทางด้านการให้บริการซอฟต์แวร์ โดยปัจจุบัน บริษัทฯ มีการลงทุนในบริษัทอื่น 1 แห่ง ซึ่งมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ เป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ของทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้ว ได้แก่ บริษัท เอ็มเอสแอล ซอฟต์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (“บริษัทย่อย” หรือ “MSL”) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจให้คำปรึกษา วางแผน พัฒนา และติดตั้งโปรแกรมระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในรูปแบบของโซลูชั่น ตามความต้องการใช้งานของลูกค้า ตลอดจนรับให้บริการบำรุงรักษารายปีหรือตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ในหลากหลายสาขา เช่น สาขาการเงินและการธนาคาร และสายการบิน เป็นต้น


***ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา*****

    ในปี 2556-2558 งบการเงินรวมของบริษัทฯ แสดงรายได้รวมจากการขายและให้บริการเท่ากับ 53.06 ล้านบาท 63.90 ล้านบาท และ 101.14 ล้านบาท ตามลำดับ หรือคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.43 และ ร้อยละ 58.28 ในปี 2557 และ 2558 ตามลำดับ โดยในปี 2557 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวมเพิ่มขึ้นเท่ากับ 10.84 ล้านบาท มีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและให้บริการติดตั้ง โปรแกรมสำเร็จรูปซึ่งเป็นการให้บริการลูกค้าในกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นลูกค้าหลัก เช่น โรงแรมในเครือเซ็นทารา และลูกค้าอื่น รวมถึงรายได้จากงานบริการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงตามสัญญา ในขณะที่ปี 2558 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวมเพิ่มขึ้นเท่ากับ 37.24 ล้านบาท มีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการ พัฒนา และบริหารระบบงานให้แก่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และเอกชน ซึ่งดำเนินการโดย  MSL ซึ่งมีฐานะเป็นบริษัทย่อย จำนวน 26.70 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ได้รวมรายได้ของ MSL เข้ามาในงบการเงินรวม ตั้งแต่ 1 กันยายน 2558 เป็นต้นมา รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้ของบริษัทฯ จากงานขายและให้บริการติดตั้งโปรแกรมสำเร็จรูปและการบริการดูแลรักษาและซ่อม บำรุงตามสัญญา ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายฐานลูกค้ากลุ่มโรงแรม และการใช้บริการดูแลรักษาหลังการขายตามสัญญา
    ในงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2559 งบการเงินรวมของบริษัทฯ แสดงรายได้รวมจากการการขายและให้บริการเท่ากับ 57.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า 23.90 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นร้อยละ 41.45 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการติดตั้ง โปรแกรมของบริษัทฯ จำนวน 5.15 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการขายและให้บริการลูกค้ากลุ่มโรงแรม และการเพิ่มขึ้นจากรายได้ของ MSL ซึ่งเป็นบริษัทย่อยอีกจำนวน 17.30 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นงานให้บริการพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลบนเว็บไซต์แก่ ลูกค้าที่เป็นบริษัทเอกชน จำนวน 10.06 ล้านบาท และงานบริการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงตามสัญญาให้แก่องค์กรรัฐ และรัฐวิสาหกิจ จำนวน 6.66 ล้านบาท
    ในปี 2556- 2558 งบการเงินรวมของบริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวมเท่ากับ 9.41 ล้านบาท 13.29 ล้านบาท และ -27.08 ล้านบาท ตามลำดับ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 41.23 และ ร้อยละ 103.92 ตามลำดับ โดยมีอัตรากำไรสุทธิสำหรับปี 2556 – 2558 เท่ากับ ร้อยละ 17.53 ร้อยละ 20.64 และร้อยละ 25.62 ตามลำดับ กำไรสุทธิสำหรับปี 2557 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.41 ล้านบาท เนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรจากการดำเนินงานเป็นร้อยละ 20.93 จากร้อยละ 16.94 ในปี 2556  ซึ่งเป็นผลมาจากความสามารถในการบริหารต้นทุนขายและบริการของบริษัทฯ ที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนส่วนใหญ่ของบริษัทฯ เป็นเงินเดือนพนักงานเกี่ยวข้องในการให้บริการและพัฒนาโปรแกรมซึ่งค่อนข้าง มีลักษณะเป็นต้นทุนคงที่และการลดลงของสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายเมื่อเทียบ กับรายได้จากการดำเนินงาน กำไรสุทธิสำหรับปี 2558 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 13.79 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นจากร้อยละ 63.97 เป็นร้อยละ 71.13 ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 25.41 จากร้อยละ 20.93 ในปี 2557 อันเนื่องมาจากการรับรู้กำไรจาก MSL นับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2558 (วันซื้อกิจการ) จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2558 จำนวน 17.07 ล้านบาท จากการที่ MSL สามารถรรับรู้รายได้จากงานโครงการพัฒนาระบบงานกับลูกค้ารายใหญ่ โดยรายได้ส่วนใหญ่ของปีเกิดขึ้นในช่วง 4 เดือนหลังของปี 2558 จำนวน 26.70 ล้านบาท ซึ่งมีอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 63.93 สูงกว่าอัตรากำไรสุทธิของบริษัทใหญ่ ถึงแม้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้จากการดำเนินงานตามงบการเงิน รวมจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 43.68 จากร้อยละ 39.97 ในปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากโดยมีสาเหตุมาจากงบการเงินรวมได้หักค่าตัดจำหน่าย สินทรัพย์ไม่มีตัวตน – ความสัมพันธ์กับลูกค้าซึ่งเกิดจากการเข้าซื้อธุรกิจในครั้งนี้ เป็นค่าใช้จ่ายจำนวน 10.54 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 10.42 ของรายได้จากการดำเนินงานรวม
    ในงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2559 งบการเงินรวมของบริษัทฯ แสดงกำไรสุทธิเท่ากับ 15.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า 6.90 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นร้อยละ 78.79 มีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการดำเนินงานตามงบการเงินรวมจำนวน 6.44 ล้านบาท เป็น 15.57 ล้านบาท จาก 9.13 ล้านบาทสำหรับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้กำไรจากการดำเนินงานของ MSLจำนวน 7.95 ล้านบาท และการเพิ่มขึ้นของกำไรจาการดำเนินงานของบริษัทฯ จำนวน 0.53 ล้านบาท ประกอบกับการบันทึกค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน – ความสัมพันธ์กับลูกค้าในงบการเงินรวมจำนวน 2.63 ล้านบาท บริษัทฯ มีอัตรากำไรสุทธิตามงบการเงินรวมเท่ากับร้อยละ 26.99 ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 25.81 สำหรับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นเป็นร้อยละ 75.46 จากร้อยละ 67.48 สำหรับงวดเดียวกันของปีก่อน จากความสามารถในการบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยบริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นตามงบการเงินเฉพาะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 73.91 จากร้อยละ 63.62 สำหรับงวดเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับงบการเงินรวมได้รวมผลกระทบจากอัตรากำไรขั้นต้นของ MSL ซึ่งเท่ากับร้อยละ 79.08 ในขณะที่บริษัทฯ มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้จากการดำเนินงานตามงบการเงิน รวมสำหรับงวดหกเดือนปี 2559 สูงขึ้นเป็นร้อยละ 48.46 จากร้อยละ 40.43 เนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายที่รองรับการขาย การดำเนินงานของบริษัทฯ และที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมของบริษัทฯ ในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงการบันทึกค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน – ความสัมพันธ์กับลูกค้าในงบการเงินรวม
 
   

****สัดส่วนรายได้มาจาก****

    รายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทฯ มาจากการจำหน่ายและติดตั้งโปรแกรม และการให้บริการดูแลรักษาระบบและซ่อมบำรุง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 97.6 และ 95.3 ของรายได้จากการขายและให้บริการในปี 2558 และงวด 6 เดือนแรกปี 2559 ตามลำดับ โดยหากแยกประเภทรายได้ตามช่องทางการจัดจำหน่าย รายได้จากการจัดจำหน่ายโดยตรง และการจัดจำหน่ายผ่านตัวแทนจัดจำหน่ายในปี 2558 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 95.6 และ 4.4 ตามลำดับ
     ขณะที่ ลูกค้าของบริษัทฯ  มีจำนวน  42 กลุ่มเครือโรงแรม หรือกว่า 650 โรงแรมทั้งในและต่างประเทศ   ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศจีน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว พม่า ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ เป็นต้น



****โครงการในอนาคต****

    บริษัทฯ มีเป้าหมายในช่วงปี 2560-2561 ที่จะขยายขอบเขตการทำธุรกิจให้กว้างมากขึ้น จากการเป็นผู้นำในการพัฒนาและให้บริการโปรแกรมด้านการบริหารงานโรงแรมครบ วงจรระดับประเทศ มาเป็นผู้นำในการพัฒนาและให้บริการโปรแกรมด้านการท่องเที่ยวแบบครบวงจรใน ระดับประเทศ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่จะผลักดันให้บริษัทฯ เป็นผู้นำระดับภูมิภาคในลำดับถัดไป
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะทำการศึกษาโอกาสที่จะเข้าร่วมลงทุนกับบริษัทอื่น ซึ่งเป็นผู้พัฒนาและให้บริการระบบโปรแกรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ที่สำคัญภายในปี 2561 ได้แก่ ระบบบริหารงานห้องอาหาร ระบบบริหารงานสนามกอล์ฟและสมาชิก และระบบการจองเพื่องานท่องเที่ยว ทั้งแบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) และธุรกิจกับลูกค้า (B2C) เป็นต้น โดยระบบงานโปรแกรมดังกล่าว บริษัทฯ จะต้องสามารถนำมาต่อเชื่อมกับระบบบริหารงานโรงแรมของบริษัทฯ ได้ ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโปรแกรมของบริษัทฯ และส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ ต่อไปในระยะยาว
ทั้งนี้ บริษัทฯ กำหนดหลักเกณฑ์และกรอบการลงทุนสำหรับบริษัทที่จะเข้าร่วมลงทุนที่สำคัญ ดังนี้
1.    เป็นผู้พัฒนา ติดตั้งและให้บริการโปรแกรมด้านการบริหาร การจัดการห้องอาหารแบบครบวงจร ได้แก่ ระบบการจองโต๊ะ การคิดเงิน การคำนวณต้นทุน ตลอดจนการเก็บประวัติการใช้บริการของลูกค้า
2.    เป็นผู้พัฒนา ติดตั้งและให้บริการระบบบริหารงานสนามกอล์ฟและสมาชิก ซึ่งมีโปรแกรมรองรับงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การจองสนาม การคิดเงิน งานด้านบัญชีและบริหาร ตลอดจนการเก็บประวัติการใช้บริการของลูกค้า
3.    เป็นผู้พัฒนา ติดตั้งและให้บริการระบบการจองเพื่องานท่องเที่ยวทั้งแบบ ธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) และธุรกิจกับลูกค้า (B2C) โดยตรง ซึ่งมีโปรแกรมการจองที่เกี่ยวข้องกับโรงแรม ห้องอาหาร สนามกอลฟ์ สนามบิน และรถเช่า เพื่อรองรับการจองจากนักท่องเที่ยวจากแหล่งเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว และส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเพิ่มยอดการจองและการใช้บริการด้านการท่อง เที่ยวอย่างครบวงจร


 ****มีเเผนจะเสนอขายไอพีโอจำนวนเท่าไหร่****

    COMAN จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก  (IPO) จำนวนหุ้นที่เสนอขาย IPO 34.00 ล้านหุ้น  มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาทต่อหุ้น เพื่อเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai)  โดยมีทุนจดทะเบียน 67.00 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นทุนชำระแล้วก่อน IPO 50.00 ล้านบาท   และทุนชำระแล้วหลัง IPO 67.00 ล้านบาท   ซึ่งมีบล. ทรีนีตี้ เป็น FA & Lead Underwriter

 **** โครงสร้างการถือหุ้นหลัง IPO   ****

    โครงสร้างผู้ถือหุ้นหลัง IPO   แบ่งเป็นประชาชน 25.4%  ,กลุ่มนายสมบูรณ์ ศุขีวิริยะ 38.1%   และกลุ่มนายอภิชัย สกุลสุรียเดช 36.6%    



****วัตถุประสงค์การใช้เงิน****

     มีวัตถุประสงค์ในการนำเงินที่ได้ จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนในครั้งนี้ เพื่อใช้พัฒนาโปรแกรมและโซลูชั่นที่เกี่ยวเนื่องกันของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ในปีปี 2559 – ปี 2560 และใช้เป็นทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในปี 2559 – ปี 2561 รวมถึงใช้เป็นงบประมาณเพื่อเข้าร่วมลงทุนในบริษัทอื่น ในช่วงปี 2560 – ปี 2561


****เเผนโรดโชว์****

    เดินสายโรดโชว์ให้ข้อมูลนักลงทุนใน 5 หัวเมืองใหญ่ ได้แก่  อยุธยา , ขอนแก่น , สงขลา , เชียงใหม่  และปิดท้ายที่กรุงเทพฯ ในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคม 2559 นี้



******ความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ  *****

 1. ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงบุคลากรที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน ในการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทย่อย
 2. ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทยเนื่องจากบริษัทฯ มีรายได้หลักมาจากการประกอบธุรกิจกับกลุ่มลูกค้าประเภทธุรกิจโรงแรมภายใน ประเทศ
 3. ความเสี่ยงจากภาวะการแข่งขันของผู้ประกอบการในธุรกิจซอฟต์แวร์บริหารจัดการข้อมูล
 4. ความเสี่ยงจากภาวะที่ลูกค้าหลักของบริษัทย่อยมีอำนาจต่อรองที่สูง
 5. ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้าน้อยรายของบริษัทย่อย
 6. ความเสี่ยงจากการถูกลอกเลียนแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจากการลักลอบนำโปรแกรมไปจำหน่ายในราคา ที่ถูก หรือการลักลอบใช้งานโปรแกรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมไปถึงการนำ Source Code ของโปรแกรมไปพัฒนาเป็นโปรแกรมสำเร็จรูป เพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์
 7. ความเสี่ยงจากการขัดข้องของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อความต่อเนื่องในการดำเนินงานของบริษัทฯ เนื่องจากการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ อาศัยการดำเนินงานหลักบนระบบฐานข้อมูล และระบบอินเตอร์เน็ต
     ขณะที่ความเสี่ยงจากการประกอบธุรกิจโดยการลงทุนในบริษัทอื่น  ได้แก่ ความเสี่ยงจากการที่บริษัทฯ อาจไม่สามารถหรืออาจเลือกที่จะไม่จ่ายเงินปันผล   รวมถึงความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการ  อาทิ
     1. ความเสี่ยงจากการบริหารงานที่พึ่งพิงผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทฯ
      ความเสี่ยงด้านการเงิน  เช่นความเสี่ยงจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนและค่าความนิยมต่องบการเงิน
      ความเสี่ยงจากการเสนอขายหลักทรัพย์   คือ 1. ความเสี่ยงจากการมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถือหุ้นมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 25 ซึ่งสามารถใช้สิทธิคัดค้านการอนุมัติในวาระที่สาคัญได้   และ 2. ความเสี่ยงเกี่ยวกับการนำหุ้นสามัญของบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ



******คณะกรรมการบริษัท****


คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการจำนวนทั้งสิ้น 7 ท่าน ดังนี้
 1. นายชนิตร ชาญชัยณรงค์  ประธานกรรมการ / กรรมการอิสระ
 2. นายสมบูรณ์ ศุขีวิริยะ กรรมการ / ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
 3. นายอภิชัย สกุลสุรียเดช กรรมการ
 4. นายกันชนะพล เกิร์ท มาเซลล์ ซีเรียล วัน คอมเพอร์นอล์เลอ กรรมการ
 5. ดร. ฉิม ตันติยาสวัสดิกุล กรรมการอิสระ / ประธานกรรมการตรวจสอบ
 6. นางดลฤดี พรพิพัฒน์กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ
 7. ดร. กฤษณ์ พานิชพันธ์ กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ



***** นโยบายการจ่ายเงินปันผล *****

    บริษัทฯ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิภายหลังการหักภาษีเงินได้นิติบุคคลของงบการเงินเฉพาะกิจการ และหลังหักสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายกำหนด
อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินปันผลนอกจากจะขึ้นอยู่กับผลประกอบประจำปีแล้วยังต้องคำนึงถึง กระแสเงินสดและแผนการลงทุนในอนาคตของบริษัทฯ และบริษัทย่อยเป็นสำคัญ รวมทั้งเงื่อนไขทางกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ มติคณะกรรมการของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ที่อนุมัติให้จ่ายเงินปันผลจะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขอ อนุมัติ อนึ่งคณะกรรมการบริษัทมีอำนาจในการพิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลได้หาก เห็นว่าบริษัทฯ มีกำไรและการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวมีความเหมาะสมและไม่กระทบต่อการดำเนินงาน ของบริษัทฯ ทั้งนี้ จะต้องรายงานการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลดังกล่าวให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบ ในการประชุมคราวถัดไป



---จบ---

 

    วันที่ : 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559
Share
 
 
 
    หุ้น Yield Value Rank
    หุ้น Market Cap Rank
    หุ้น Closing Rank
    หุ้น Book Value Rank
    หุ้น P/E Ratio Rank
    www.gloryskygroup.com
    www.thaivi.com
    www.lsx.com.la
          
            
            
           สงวนลิขสิทธิ์ © 2002 - 2011 โดย Hooninside.com