วัน จันทร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
Home > บทสัมภาษณ์
     รายงานพิเศษ : ล้วงลึก "ซิก้า อินโนเวชั่น"
รายงานพิเศษ :  ล้วงลึก "ซิก้า อินโนเวชั่น"
  สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(  17 กรกฎาคม  2560 ) --------IPO  น้องใหม่ไฟแรงสูง บมจ.ซิก้า อินโนเวชั่น (ZIGA) จ่อนำหุ้นไอพีโอจำนวน 130 ล้านหุ้น  เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ไตรมาส 3/60  งานนี้มี  “บล.ธนชาต” เป็นอันเดอร์ไรท์   ด้าน  “ศุภกิจ งามจิตรเจริญ” แม่ทัพหนุ่ม ZIGA เผยนำเงินระดมทุน IPO  เพื่อซื้อที่ดิน สร้างโรงงาน และซื้อเครื่องจักรใหม่ รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน รองรับแผนการขยายกำลังการผลิต พร้อมชูจุดเด่นเป็นหุ้นที่เพียบด้วยศักยภาพ ธุรกิจมีอนาคต-ออเดอร์สม่ำเสมอ  ลั่นขณะนี้บริษัทมีความพร้อมในทุกๆ ด้านแล้ว  ที่จะเสนอขายหุ้น IPO เพื่อเข้าตลาด  mai  ไตรมาส 3/60  ขอเชิญพบกับเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้ 

Q:ความเป็นมา 
บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) เดิมชื่อ บริษัท ไดว่า อินดัสตรี จำกัด เป็นผู้ผลิต ท่อร้อยสายไฟและอุปกรณ์มาตรฐานอเมริกา  ดำเนินธุรกิจระบบงาน ไฟฟ้ามากว่า 18 ปี ตั้งแต่ปี 2541 โดยมีทุนจดทะเบียนเริ่มต้นในปี 2541 หนึ่งล้านบาท บริษัท ได้รับเครื่องหมายสากล มาตรฐานอเมริกา หรือ UL (UNDERWRITERS LABORATORIES)และเริ่มส่งออก ในปี 2549 และในปีเดียวกันได้ก่อสร้างอาคารโรงงานเพิ่มเติม เพื่อขยายกำลังผลิต บริษัท เติบโตอย่างมั่นคงด้วยจริยธรรมและจรรยาบรรณธุรกิจที่มีต่อลูกค้า ในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย ในระบบท่อร้อยสายไฟและอุปกรณ์ในอาคารสูง โดยได้รับความไว้วางใจในโครงการสำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ในปี 2553 บริษัทได้ขยายกลุ่มธุรกิจ ไปสู่ภาคการผลิตต่อเนื่อง โดยการ แปรรูปเหล็ก GALVANIZED สำหรับโครงสร้างทั่วไป โดยเริ่มต้นจากการผลิต แผ่นเหล็ก GALVANIZED สู่อุตสาหกรรม  ชิ้นส่วน เครื่องปรับอากาศ และ ต่อมาได้ขยายกลุ่มสินค้าประเภทท่อโครงสร้างอเนกประสงค์ ประเภท ทรงกลม ภายใต้แบรนด์ ZIGA  โดยวางตำแหน่งสินค้า เป็นสินค้าทดแทน ท่อทาสีกันสนิม เพราะคุณสมบัติของเหล็ก GALVANIZED ซึ่งเป็นเหล็กชนิดเดียวกับที่นิยมใช้ผลิตตัวถังรถยนต์ มีคุณสมบัติกันสนิมได้ดีอยู่แล้ว และพื้นผิวสวยงาม จึงตอบโจทย์ผู้ใช้งานและเติบโตอย่างรวดเร็ว ในปี 2555 บริษัทฯได้รับรางวัล Thailand Trusted Mark และมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 30 ล้านบาท ในปี 2558 เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 180 ล้านบาทและ260 ล้านบาท  และแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนในปี 2559

Q: ผ่าธุรกิจ บมจ.ซิก้า อินโนเวชั่น (ZIGA)

บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจหลักดังนี้ 1. ผลิตและจำหน่ายเหล็กโครงสร้างประเภท Pre-Zinc : บริษัทเป็นผู้ผลิตเหล็กโครงสร้าง หรือ ท่อเหล็กอเนกประสงค์ (General Purpose Pipe) ภายใต้ตราสินค้า ZIGA ของบริษัท โดยใช้วัตถุดิบจากเหล็กม้วนชุบเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อนด้วยกระบวนการต่อเนื่อง (Continuous Hot Dip Galvanizing) หรือ เหล็กม้วนกัลวาไนซ์  ซึ่งมีคุณสมบัติในการทนต่อการผุกร่อน, ป้องกันสนิมได้เป็นเวลานาน, มีความทนทานต่อการดัดขึ้นรูป และมีพื้นผิวที่เรียบ, เงา, สวยงาม และสม่ำเสมอ นำมาขึ้นรูปเป็นท่อเหล็กในขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ ½ นิ้ว – 5 นิ้ว และมีความหนาหลายระดับ เพื่อรองรับวัตถุประสงค์การใช้งานที่หลากหลาย อาทิ โครงสร้างของคอกสัตว์ ซึ่งต้องการคุณสมบัติการทนต่อการกัดกร่อน, โครงสร้างของเต๊นท์หรือเรือนเพาะชำ ซึ่งต้องการคุณสมบัติในการดัดขึ้นรูปได้ง่าย หรือส่วนประกอบของเฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์ที่มีการเห็นพื้นผิว ซึ่งต้องการผิวที่มีความเรียบ เงา สวยงาม เป็นต้น
ส่วนที่2. ผลิตและจำหน่ายท่อร้อยสายไฟประเภท Pre-Zinc (Conduit) : บริษัทเป็นผู้ผลิตท่อเหล็กกัลวาไนซ์สำหรับร้อยสายไฟ (“ท่อกัลวาไนซ์ร้อยสายไฟ”) ภายใต้ตราสินค้า DAIWA ของบริษัท ซึ่งเป็นท่อที่ใช้สำหรับปกป้องสายไฟภายในท่อจากความเสียหายโดยใช้วัตถุดิบจากเหล็กม้วนชุปกัลวาไนซ์เช่นเดียวกัน ส่งผลให้ท่อร้อยสายไฟของบริษัทมีคุณสมบัติในการทนต่อต่อการกัดกร่อนและมีความยืดหยุ่นต่อการดัดในการใช้งาน ทั้งนี้ ท่อร้อยสายไฟของบริษัทสามารถปกป้องสายไฟทั้งจากความเสียหายภายนอก เช่น การถูกกระแทกหรือถูกสารเคมีกัดกร่อน และความเสียหายภายในอันเกิดจากการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร โดยช่วยจำกัดความร้อนหรือประกายไฟให้อยู่ภายในท่อ

Q: โครงสร้างรายได้ เป็นอย่างไร 

รายได้จากการขายรวมมีการเติบโตสูงขึ้นทุกปี โดยมีอัตราการเติบโตของรายได้ร้อยละ 53.71 ในปี 2558 และร้อยละ 35.26 ในปี 2559 การที่บริษัทสามารถสร้างรายได้จากการขายที่เติบโตสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2558 และในปี 2559 เนื่องจากบริษัทมีปริมาณการขายสินค้าเพิ่มขึ้นจาก 12,196 ตัน ในปี 2557 เป็นจำนวน 24,783 ตัน ในปี 2558 และเพิ่มเป็นจำนวน 33,074 ตัน ในปี 2559 ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ที่บริษัทมีปริมาณขายสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเกิดจากการที่บริษัทนำระบบ ERP มาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลทำให้บริษัทสามารถวิเคราะห์การจัดสรรทรัพยากรในการผลิตให้เหมาะสมกับสถานการณ์และความต้องการซื้อของลูกค้ากลุ่มต่างๆ     และช่วยให้กระบวนการทำงานภายในองค์กรดำเนินการได้อย่างราบรื่น สามารถนำสินค้าที่มีอยู่ในคลังสินค้าจำหน่ายออกได้อย่างรวดเร็ว  ซึ่งส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างยอดขายที่มีอัตราการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง และมีการเพิ่มกำลังการผลิตจาก 25,714 ตัน ในปี 2557 เป็นจำนวน 33,378 ตัน ในปี 2558 และเพิ่มเป็นจำนวน 45,346 ตัน ในปี 2559     และมีการเพิ่มรอบการเดินเครื่องจักรที่มีอยู่เดิมในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2558 และในปี 2559 จากวันละ 10.5 ชั่วโมง เป็นวันละ 21 ชั่วโมง   ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้รายได้จากการขายในปี 2558 และปี 2559 เพิ่มขึ้นอย่างมาก
สำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุด 31 มีนาคม 2560 บริษัทมีอัตราการเติบโตของรายได้จากการขายรวม ร้อยละ 2.59 เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้จากการขายในช่วงเดียวกันของปี 2559 เนื่องมาจากโดยสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายของทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ ZIGA และกลุ่มผลิตภัณฑ์ DAIWA  ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning)  คือ ระบบสารสนเทศเพื่อการบรูณาการข้อมูล และกระบวนการทำงานภายในองค์กร เช่น การจัดจ้าง การผลิต การขาย การบัญชี การเงินและการบริหารทรัพยากรบุคคล ให้มีการทำงานร่วมกัน และไม่ทำงานซ้ำซ้อน พร้อมสามารถรับรู้สถานการณ์และปัญหาของงานต่างๆ ได้ทันที ทำให้สามารถตัดสินใจดำเนินธุรกิจ หรือแก้ปัญหาภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
กลุ่มสินค้าเหล็กโครงสร้างประเภท Pre-zinc ภายใต้ชื่อ “ซิก้า” เป็นกลุ่มสินค้าที่เป็นรายได้หลักของบริษัท โดยมีสัดส่วนรายได้จากการขายในปี 2557, ปี 2558 และปี 2559 เท่ากับร้อยละ 67.71, ร้อยละ 86.69 และร้อยละ 91.64 ของรายได้จากการขายรวม ตามลำดับ และสัดส่วนรายได้จากการขายสิ้นสุด 31 มีนาคม 2560 เท่ากับร้อยละ 91.08 ซึ่งสาเหตุที่สัดส่วนรายได้จากการขายสินค้าในกลุ่มนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทมีการวิเคราะห์ความต้องการของตลาดได้อย่างชัดเจนมากขึ้นจากการที่บริษัทนำระบบ ERP เข้ามาบริหารจัดการข้อมูล ประกอบกับ ตลาดผู้บริโภครับรู้ประโยชน์ใช้สอยของสินค้าเหล็กโครงสร้างในลักษณะของสินค้าทดแทนท่อเหล็กดำชุบสังกะสีมากยิ่งขึ้น  รายได้จากการขาย ZIGA ในปี 2559 เติบโตสูงขึ้นมาจากการที่บริษัทปรับราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยในปี 2559 เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ประมาณร้อยละ 3 จากราคา Cost-Plus เพื่อรองรับผลกระทบจากความผันผวนของราคาเหล็กในตลาดโลก อย่างไรก็ดี การปรับราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นของบริษัท เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ปรับใช้กับสถานการณ์พิเศษเฉพาะช่วงเวลาเพื่อรองรับผลกระทบจากความผันผวนของราคาเหล็ก โดยมีการพิจารณาควบคู่กับความเป็นไปได้ของการตั้งราคาขายสินค้า ซึ่งบริษัทไม่สามารถที่จะปรับราคาขายสินค้าขึ้นได้อย่างต่อเนื่องในทุกปี
กลุ่มสินค้าท่อเหล็กสำหรับร้อยสายไฟประเภท Pre-zinc ภายใต้ชื่อ “ไดว่า” เป็นกลุ่มสินค้าดั้งเดิมของบริษัทที่ทำมาตั้งแต่ก่อตั้งกิจการในปี 2541 โดยมีสัดส่วนรายได้จากการขาย ในปี 2557, ปี 2558 และปี 2559 เท่ากับร้อยละ 20.92, ร้อยละ 12.84 และร้อยละ 7.96 ของรายได้จากการขายรวม ตามลำดับ   ซึ่งสาเหตุที่สัดส่วนรายได้จากการขายสินค้าในกลุ่มนี้มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากบริษัทจัดสรรกำลังการผลิตโดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ ZIGA เพื่อจำหน่ายมากกว่าผลิตภัณฑ์ DAIWA  เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้า เนื่องจากปริมาณความต้องการบริโภคสินค้าของกลุ่มลูกค้าผลิตภัณฑ์ ZIGA มีขนาดใหญ่กว่าปริมาณความต้องการบริโภคสินค้าของกลุ่มลูกค้าผลิตภัณฑ์ DAIWA   ขณะที่สัดส่วนรายได้จากการขายสิ้นสุด 31 มีนาคม 2560 เท่ากับร้อยละ 8.92 เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2559 เนื่องจากปริมาณขายผลิตภัณฑ์ DAIWA ในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2560 มีจำนวนมากกว่าในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2559  ทั้งนี้ การที่ปริมาณขายผลิตภัณฑ์ DAIWA ปี 2560 ของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นเป็นเพราะบริษัทปรับกลยุทธ์ในการตลาด โดยปรับลดราคาขายลงเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด

Q: กำไรสุทธิ 3 ปีย้อนหลังเป็นอย่างไร 

ในส่วนของกำไรสุทธิของบริษัทในปี 2557, ปี 2558 และปี 2559 เท่ากับ 17.31 ล้านบาท, 68.60 ล้านบาท และ 226.13 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 3.89, ร้อยละ 9.95 และร้อยละ 24.01 ตามลำดับ เนื่องจาก จากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น ในขณะสามารถรักษาสัดส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารให้อยู่ในระดับเดิม ประกอบกับต้นทุนทางการเงินเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้รวมมีแนวโน้มลดลง โดยมีสัดส่วนเท่ากับร้อยละ 2.31, ร้อยละ 1.64 และร้อยละ 1.20 ในแต่ละปีตามลำดับ  
สำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุด 31 มีนาคม 2560 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 62.57 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 21.74  ของรายได้รวม  ลดลงเป็นจำนวน 4.23 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 ที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 66.81 ล้านบาท   โดยสาเหตุที่กำไรสุทธิลดลงมาจากกำไรขั้นต้นที่ลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น

Q: ทำไมจึงตัดสินใจเข้าตลาดหุ้น

ตอนนี้  เรามีความพร้อมในทุกๆ ด้านแล้ว  ที่จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 130 ล้านหุ้น  มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)  ไตรมาส 3/2560 โดยได้แต่งตั้งให้บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯก่อนที่จะนำหุ้นเข้าจดทะเบียน 
การตัดสินใจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในครั้งนี้  ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัทฯ  ที่จะช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตบนพื้นฐานที่แข็งแกร่งมากกว่าเดิม  โดยบริษัทฯ จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ ไปซื้อที่ดิน สร้างโรงงาน และซื้อเครื่องจักรใหม่ รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน รองรับแผนขยายกำลังการผลิต เพื่อผลักดันรายได้และกำไรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และมั่นคงมากยิ่งขึ้นครับ 

Q: แผนการใช้เงินระดมทุน 

ในอนาคตบริษัทฯ บริษัทมีโครงการที่จะก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต และเพิ่มพื้นที่สำหรับบริหารจัดการวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่ไม่เพียงพอในการเพิ่มเครื่องจักรใหม่รวมถึงไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปเพื่อรองรับการเติบโตของยอดขาย  ดังนั้น บริษัทจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมการหาพื้นที่เพิ่มเติม ทั้งนี้ แผนการลงทุนของบริษัทมีมูลค่ารวมประมาณ 350.00 ล้านบาท  โดยมีระยะเวลาใช้เงินภายในปี 2561  โดยประมาณครับ 

Q:จำนวนหุ้นที่เสนอขาย
บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน ณ วันที่ 28 ก.พ.2560 เท่ากับ 260 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท โดยมีทุนเรียกชำระแล้ว 220 ล้านบาท คิดเป็นหุ้นสามัญ 440 ล้านหุ้นการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้เป็นการจำหน่ายหุ้นเดิม 50 ล้านหุ้น และหุ้นเพิ่มทุน 80 ล้านหุ้น รวมเป็น 130 ล้านหุ้นซึ่งคิดเป็น 25% ของทุนจดทะเบียนของบริษัท โดยหุ้นเพิ่มทุน คิดเป็น 15.38% ของทุนจดทะเบียนของบริษัท จะทำให้บริษัทฯมีทุนชำระแล้วรวม 260 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนหุ้นสามัญทั้งสิ้น 520 ล้านหุ้น 
Q: ราคาพาร์ 

มูลค่าที่ตราไว้ (par) 0.50 บาท/หุ้น  โดยมีมูลค่าตามราคาบัญชี (book value)0.86 บาท/หุ้น ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560 

Q:นโยบายการจ่ายเงินปันผล

บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะของบริษัทหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล  เงินสำรองตามกฎหมาย และเงินสำรองต่างๆ ทั้งหมด  ซึ่งการจ่ายเงินปันผลนั้นจะต้องไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงาน ฐานะการเงิน สภาพคล่อง การขยายธุรกิจ ความจำเป็น ความเหมาะสมอื่นใดในอนาคต และปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องในการบริหารงานของบริษัท

Q: แนวโน้มอุตสาหกรรม 

 การขยายโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค ระบบสื่อสาร ระบบคมนาคม ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง การผลิต เหล็กอยู่ในส่วนประกอบของทั้งงาน ภาคระบบไฟฟ้า และ งานส่วนโครงสร้าง รวมทั้ง เหล็กยังอยู่ในเครื่องใช้ชีวิตประจำวัน อาทิ เฟอร์นิเจอร์ รั้ว เรือนเพาะชำ และอื่นๆอีกมากมาย การนำเหล็กมาเพิ่มคุณค่าด้วยนวัตกรรม ทั้งการนำเทคโนโลยี มาพัฒนาระบบท่อร้อยสายไฟที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อความปลอดภัย การนำเหล็กgalvanized ซึ่งคือเหล็กเคลือบซิงค์เพื่อป้องกันสนิม ลดขั้นตอนการทาสีกันสนิม การพัฒนาวิจัยสินค้าที่เพิ่มมูลค่าโดยการนำโครงสร้างเหล็กมาต่อยอดเป็นระบบการสร้างสำเร็จรูปแบบ โมดูลาร์ เหล่านี้ทำให้ บมจ ซิก้า อินโนเวชั่น มีแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรมต่อเนื่องจากเหล็กgalvanized แปรรูป เพื่อตอบสนองความต้องการทั้งเฉพาะกลุ่ม เช่นกลุ่มงานระบบไฟฟ้า ตลอดจนกลุ่มงานโครงสร้างทั่วไปในชีวิตประจำวัน ครอบคลุมถึง งานระบบก่อสร้างที่ต้องพึ่งพานวัตกรรมสำเร็จรูปมากขึ้นเพื่อรองรับทศวรรษหน้าที่เมื่อก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยและเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน บมจ ซิก้า อินโนเวชั่นยังนำนวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ IT เช่น business intelligence และ ERP มาปรับปรุงการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและการบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อตอบสนองกับความต้องการตลาดที่เปลี่ยนไปได้ทันท่วงที และผลักดันองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้(learning organization) และมุ่งสู่การเป็นinnovative organization ส่งเสริมบุคคลากรให้ใช้IT เพื่อวางแผนบุคคลากรเชื่อมต่อกับโลกที่มีบริบทเปลี่ยนไปเพิ่มขีดศักยภาพองค์กร
เราผลิตสินค้าเหล็กนวัตกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า สร้างลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (niche market)ด้วยเทคโนโลยีการป้องกันสนิมแบบต่างๆขับเคลื่อนองค์กรด้วยการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาเพิ่มประสิทธิภาพมุ่งสู่การเป็นองค์กรนวัตกรรมที่มีการบริหารห่วงโซ่อุปทาน ลดต้นทุนบริหารวิจัยพัฒนาสินค้าระบบการสร้างร้านค้าสำเร็จรูป I-RETAIL เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและรองรับสังคมผู้สูงวัย ลดการพึ่งพิงแรงงาน 

Q:  อยากฝากอะไรถึงนักลงทุน
ในปีที่ผ่านมา เป็นปีที่ Ziga Innovation  เติบโตขึ้นและผ่านปีที่ท้าทายด้วยผลประกอบการที่โดดเด่น เต็มไปด้วยการพัฒนาองค์กรและด้วยความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่ายและความตั้งใจจริง ทีมงาน Ziga สามารถแสดงถึงศักยภาพขององค์กรที่มีความเป็นมืออาชีพ และเหนือสิ่งอื่นใด คือการที่ไม่มองเพียงองค์กรอย่างเดียวแต่ยังมีการแบ่งปันสู่ชุมชน และสังคมอีกด้วย เราได้เติบโตขึ้นอีกก้าวหนึ่ง ด้วยมาตรฐานสากลทั้งระบบการบริหารและนวัตกรรมองค์กรและสินค้า และแปรสภาพสู่บริษัท มหาชน เปรียบเทียบในรายอุตสาหกรรมเดียวกัน บริษัทยังสามารถรักษาระดับผลกำไรและผลประกอบการที่โดดเด่น โดยการนำนวัตกรรม สารสนเทศมาบริหารจัดการอีกทั้ง สินค้า มีทั้งกลุ่มระบบไฟฟ้า และกลุ่มโครงสร้าง สามารถบริหารจัดการเพิ่มสัดส่วนได้ตามแนวโน้มการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวมถึงบริษัทมีความรู้และสามารถสร้างนวัตกรรมสินค้าเพื่อสร้างธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ ทีมงาน Ziga Innovation Plc. มีความมั่นใจในการเติบโตได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของพนักงาน Ziga ทุกคน และการสนับสนุนจากลูกค้า คู่ค้า และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านบริษัทมีนโยบายดูแลและกำกับกิจการด้วยหลักธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส สอดคล้องกับมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่น และบริษัทฯมีความเชื่อมั่นว่าผู้บริหารและพนักงานทุกท่านจะยึดมั่นในการประพฤติตนและปฏิบัติหน้าที่ในหลักจริยธรรม อันจะนำความเจริญเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป



----จบ---

By :  สุกัญญา ศิริรวง 



 
    วันที่ : 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
Share
 
 
 
    หุ้น Yield Value Rank
    หุ้น Market Cap Rank
    หุ้น Closing Rank
    หุ้น Book Value Rank
    หุ้น P/E Ratio Rank
    www.gloryskygroup.com
    www.thaivi.com
    www.lsx.com.la
          
            
            
           สงวนลิขสิทธิ์ © 2002 - 2011 โดย Hooninside.com