วัน พุ�� ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
Home > บทสัมภาษณ์
     วิเคราะห์เบื้องหลัง EARTH ยอมยุติคดี "ฟ้องแบงก์ธนชาต"

 ส่องเบื้องหลัง บมจ.เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ หรือ EARTH ที่เคยยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีธนาคารธนชาต โดยเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินมากถึง  60,000 ล้านบาท ในข้อหานำข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินอันเป็นความลับไปเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก และน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ EARTH ถูกสถาบันการเงินอีกแห่งหนึ่งร้องต่อศาลขออายัดเงินของ EARTH ที่เปิดบัญชีฝากไว้กับธนาคารธนชาตจำนวนรวม 800 ล้านบาท  เป็นผลให้บริษัทได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ทั้งที่เงินจำนวนดังกล่าวได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารแห่งชาติของจีนนั้น ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (1 กันยายน 2560) EARTH ตัดสินใจยื่นถอนฟ้องต่อศาล ตามคดีหมายเลขดำที่ พ.1552/2560 แล้ว
 
พลันที่มีข่าวปรากฎออกสู่สาธารณชน ปรากฎกระแสเสียงอื้ออึงไปหมดทั้งบวกและลบ แต่กระแสหนึ่งที่ไม่คิดว่าจะได้ยินคือคำว่า "ปาหี่" ถ้ามองให้ลึกใช้สมองพินิจพิเคราะห์ให้ถ้วนถี่จะเริ่่มคิดได้ว่า การฟ้องร้องไม่ใช่สิ่งที่จะกระทำกันเล่นๆ ทุกอย่างต้องมีการเตรียมพร้อม วิเคราะห์ผลดี-ผลเสีย ในทุกกรณีไว้หมดแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วในกรณีนี้ "มดที่จะหาญกล้าไปสู้กับช้าง" ต้องมั่นใจในหลักฐานมัดแน่นเพียงพอว่า สามารถที่จะชนะจำเลยได้ ยิ่งจำเลยเป็นสถาบันการเงินใหญ่ระดับประเทศด้วยแล้วยิ่งต้องรัดกุมที่สุด และงานนี้พลาดไม่ได้แม้เพียงก้าวเดียว หากพลาด!!!ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นคืออะไร ร้ายแรงแค่ไหน  ดังนั้นก็ต้องบอกว่า EARTH แน่มากที่กล้าตัดสินใจทำการแถลงข่าว ประกาศเปิดศึกฟ้องธนาคารธาตในวันนั้น
 
นอกเหนือจากหลักฐานที่มัดแน่นที่มีอยู่ในมือแล้ว อีกเหตุผลที่น่าจะเป็นปัจจัยเร่งให้กระทำการดังกล่าว คงเป็นเพราะมันคือทางออกทางเดียวที่จะยับยั้งความเสียหายที่เกิดกับ "บมจ.เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ" และยังเป็นการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายทั้ง เจ้าหนี้ หน่วยงานกำกับ ผู้ถือหุ้น  แบบกลายๆ ให้รู้ว่า ผู้บริหารของ EARTH กำลังดิ้นรนอย่างเต็มที่เพื่อหาทางรอดให้บริษัทได้เดินหน้าต่อ ไม่ใช่ยินยอมให้ถูกมัดตราสังข์แล้วรอให้เขาจับโยนเข้าเตาเผาโดยไม่ได้ต่อสู้อะไรเลย 
 
หลังจากจบการแถลงข่าวไปเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2560 จากนั้นทุกอย่างก็เงียบกริบ! ไม่มีการออกมาให้ข้อมูลข่าวสารใดๆ จากผู้บริหารทั้งสองฝั่งระหว่าง "บมจ.เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ-ธนาคารธนชาต" เข้าใจทั้งสองฝ่ายต่างกำลังใจจดจ่ออยู่กับการพิจารณาของธนาคารแห่งประเทศไทยว่าจะตัดสินเรื่องนี้อย่างไร
 
เป็นที่คาดเดากันได้ว่า คดีที่มีการเดิมพันด้วยวงเงินระดับนี้จะไม่จบกันในศาลเดียวแน่นอน และขั้นตอนต่างๆ ไม่สามารถเร่งรัดได้ตามใจนึก ทั้งโจทย์และจำเลยจะต้องสูญเสียทั้งทุนทรัพย์ และเวลาอีกมาก ฉะนั้นจึงไม่สามารถประเมินได้เลยว่าผู้เสียหายจะได้รับเงินชดเชยเมื่อใด
 
ปรากฎการณ์ที่ทำให้มีการไกล่เกลี่ยเกิดขึ้นระหว่าง "เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ-ธนาคารธนชาต" น่าจะเรียกว่าเป็นการ "สมประโยชน์ทั้งสองฝ่าย" น่าจะถูกต้องกว่าคำว่า "ปาหี่" 
 
จุดตัดสินใจของ EARTH น่าจะเกิดขึ้นหลังจากศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งลงวันที่ 29 สิงหาคม 2560 ให้เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่อายัดเงินฝากของบริษัทฯ ในบัญชีของสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง โดยศาลได้อนุญาตให้ EARTH สามารถชำระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นหลังจากยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการเพื่อให้การดำเนินการค้าตามปกติสามารถดำเนินต่อไปได้ในระหว่างการพิจารณาคดีขอฟื้นฟูกิจการ 
 
 เมื่อแสงสว่างปลายอุโมงค์อุบัติ ถ้ามีเงินทุนหมุนเวียนเข้ามาโดยรวดเร็ว โอกาสทางธุรกิจที่เสียไปแล้วยังพอจะสามารถกอบกู้บางส่วนคืนมาได้ นี่ถือเป็นประเด็นสำคัญที่เปิดโอกาสให้  EARTH กลับมาทำมาหากินได้อีกครั้ง เงินค่าชดเชยความเสียหายที่จะได้จากการฟ้องร้องจึงแทบไม่มีความจำเป็น เพราะไม่รู้ว่าถ้ายังฝืนฟ้องร้องกันต่อไป ต้องสู้กันยาวนานแค่ไหน
 
EARTH ในวันนี้มีทั้งผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้มากมายที่ต้องรับผิดชอบทุกผลประโยชน์และความเสียหายที่จะเกิดตามมา ย่อมจำเป็นต้องตัดใจเลือกทางออกที่ปลอดภัยที่สุด เลือกที่จะกลับมายืนด้วยขาของตนเอง ไม่ได้เลือกกระทำสิ่งต่างๆ ตามความพอใจเฉพาะหน้าแต่อย่างใด ดังนั้นการตัดสินใจครั้งนี้คือทางออกที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงกับบริษัท
 
ในมุมของธนาคารธนชาตเองก็บอกว่ายินดีที่เรื่องนี้ยุติลงด้วยความเข้าใจอันดีทั้งสองฝ่าย ซึ่งประเด็นที่น่าสนใจน่าจะเป็นเรื่องที่ว่าไม่ต้องไปต่อสู้ในชั้นศาลเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ซึ่งหากในทางตรงกันข้ามเหตุการณ์ไม่ได้ยุติแบบแฮปปี้เอนดิ้งอย่างเช่นในวันนี้ แต่มีความยืดเยื้อต่ออีกยาวนาน ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรกับภาพลักษณ์ของธนาคารบ้าง เป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดาจริงๆ
 
 ส่วนความคืบหน้าเรื่องขอฟื้นฟูกิจการของ EARTH ศาลล้มละลายได้นัดไต่สวนคำร้องครั้งแรกวันที่ 18 กันยายน 2560 โดยหากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งตั้ง EARTH เป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการตามคำร้องขอ อำนาจและหน้าที่ในการบริหารจัดการกิจการและทรัพย์สินจะอยู่ที่ EARTH ซึ่งผู้บริหารเชื่อมั่นว่ามีความรู้ความสามารถในธุรกิจถ่านหินมากพอจะพลิกฟื้นอาณาจักรให้กลับมาแข็งแรงดังเดิมได้อีกครั้ง 
 
 วิกฤตของ "บมจ.เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ"ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะผ่านพ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่อย่างน้อยวันนี้สถาณการณ์ก็ทุเลาขึ้นตามลำดับ ยังคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าในวันข้างหน้าปัญหาที่เกิดขึ้นมาแล้วในวันนี้จะได้รับการแก้ไขอย่างไร หากต่างฝ่ายต่างดึงดันที่จะเอาชนะเพียงอย่างเดียว ผลสุดท้ายคือ "แพ้กันหมด"  สู้หันหน้ามาเจรจาเพื่อร่วมกันหาทางออก น่าจะเป็นแนวทางที่เกิดประโยชน์กับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย..แบบนี้จะดีกว่าหรือไม่?
 
โดย..กระทิงเปลี่ยว
 



 
    วันที่ : 04 กันยายน พ.ศ. 2560
Share
 
 
 
    หุ้น Yield Value Rank
    หุ้น Market Cap Rank
    หุ้น Closing Rank
    หุ้น Book Value Rank
    หุ้น P/E Ratio Rank
    www.gloryskygroup.com
    www.thaivi.com
    www.lsx.com.la
          
            
            
           สงวนลิขสิทธิ์ © 2002 - 2011 โดย Hooninside.com