Home > News Feed
     HotNews: TFG มั่นใจปีนี้ Year of Growth รายได้โตกว่า15% "ทวิช" สุดทน ฟ้องอาญาหมอวิชัย”อีก 2 คดี

 


HotNews: TFG   มั่นใจปีนี้ Year of Growth  รายได้โตกว่า15% 

"ทวิช" สุดทน ฟ้องอาญาหมอวิชัย”อีก 2 คดี 


      สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(     21  เมษายน  2560  )-------TFG  มั่นใจรายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า15% หลังธุรกิจจำหน่ายสุกร-ไก่-อาหารสัตว์โตต่อเนื่อง ทุ่มงบ  1.6พันลบ. สร้างโรงงานแปรรูปไก่ส่งออก คาดแล้วเสร็จปี61  เผย ผถห.ไฟเขียวออกหุ้นกู้ วงเงิน6พันลบ.  หวังนำเงินมาขยายธุรกิจ-เงินทุนหมุนเวียน 

ผู้ถือหุ้นใหญ่ IFEC ฟ้องคดีอาญา”หมอวิชัย”ทำผิดกฎหมายกรรมการเพิ่มอีก 2 คดี ศาลนัดไต่สวนคดีในวันที่ 6 พ.ย.นี้ สุดทน! ลุแก่อำนาจ เจตนาไม่สุจริต ทำผิดกฎหมายต่อเนื่อง ไม่เกรงกลัวกม.หลักทรัพย์ฯ-มหาชน แม้สำนักงาน ก.ล.ต.-ตลาดหลักทรัพย์ฯจะท้วงติง ลั่นจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด เพื่อให้หยุดสร้างความเสียหายร้ายแรงแก่บริษัทและผู้ถือหุ้น



นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์   ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG  บริษัทมั่นใจรายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า15% จากปีก่อนที่มีรายได้  20,779  ล้านบาท โดยมาจากธุรกิจจำหน่ายสุกร ได้ และอาหารสัตว์ที่มีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางบริษัทจึงต้องเพิ่มกำลังการผลิตเพิ่มเติมขึ้น โดยในปีนี้นั้นมีการจำหน่ายสุกรแหละที่ 70,000ตัวต่อเดือน จากปีก่อนที่อยู่ราว54,000ตัวต่อเดือน ส่วนไก่มีการจำหน่ายต่อวันที่550,000ตัว จากปีก่อนที่มีการจำหน่ายต่อวันที่450,000 ตัว ขณะเดียวกันโรงแปรรูปไก่ยังสามารถเริ่มดำเนินงานได้แล้ว โดยมีความสามารถในการผลิตเพื่อแปรรูปราว25,800ตันต่อปี ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายอาหารสัตว์อยู่ที่120,000ตันต่อเดือนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่80,000ตันต่อเดือน  ซึ่งแนวโน้มราคาสุกรและไก่ยังมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย 

พร้อมกันนี้บริษัทได้ทุ่มงบลงทุน1,600ล้านบาท เพื่อนไมาสร้างโรงงานแปรรูปเนื้อไก่เพื่อส่งออก ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง โดยครดว่าโรงงานดังกล่าวจะแล้วเสร็จและพร้อมดำเนินการได้ในช่วงปี2561 เบื้องต้นได้ตั้งเป้าหมายจะมีการผลิต 25,800 ตันต่อปี ซึ่งจะส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทได้เติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่ ในการประชุมผู้ถือหุ้นที่ในวันนี้(21 เม.ย.60)  ผู้ถือหุ้นได้อนุมัติออกหุ้นกู้ในวงเงิน6,000ล้านบาทโดยจุดประสงค์ที่บริษัททำการออกหุ้นกู้นั้นจะนำเงินมาเพื่อขยายธุรกิจและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทในอนาคต 

          อนึ่งก่อนหน้านี้ นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TFG) เปิดเผยว่า "ในปี 2560 บริษัทฯได้วางยุทธศาสตร์ให้เป็นปีแห่งการเติบโต หรือ Year of Growth โดยใช้สูตร MV3 (Market Value = Margin X Volume X Velocity X Value) และ Focus on ROE หลังจากปี 2559 ที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานของบริษํท Turnaround ตามแผน จากการ ควบคุมต้นทุนการผลิต ทั้งวงจร ต้นทุนวัตถุดิบ เพิ่มประสิทธิภาพและผลการผลิต ประกอบกับ การบริหาร Value Chain และ Economy of Scale และ ปรับโครงสร้างการบริหาร เพื่อควบคุม ต้นทุนขาย และ บริหาร ไม่ให้เพิ่มขึ้น แต่รายได้เพิ่มขึ้น". 

         ทั้งนี้ บริษัทฯตั้งเป้าหมายรายได้ในปี 2560 เติบโตไม่ต่ำกว่า 15% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยได้รับปัจจัยหนุนจากปริมาณการผลิตไก่ สุกร อาหารสัตว์ ที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มสัดส่วนของสินค้าที่มีกำไรขั้นต้น อีกทั้งราคาวัตถุดิบที่น่าจะปรับตัวลดลงดีกว่าปีที่ผ่านมา จะช่วยให้รายได้และกำไรของบริษัทฯในปีนี้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ "Year of Growth" 

          นายเชิดศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทฯได้จัดเตรียมแผนการขยายธุรกิจโดยใช้ กลยุทธ์สร้างพันธมิตร และ ลงทุนต่ำในสินทรัพย์ถาวร (Asset-Light Partnering Strategy) หลังจากในปีที่ผ่านมาบริษัทฯได้เข้าร่วมลงทุนในกิจการ "บิ๊ก ฟู้ดส์" ในสัดส่วน 75% มูลค่าลงทุน 60 ล้านบาท ผลิตไก่ เข้าสู่ตลาดภูธร วันละ 40,000 ตัว และ มีแผนงาน เพิ่มไก่ เป็นวันละ 60,000 ภายในสิ้นปีนี้

         เพื่อดำเนินการตามกลยุทธ์ข้างต้น เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัท อนุมัติให้ตั้งบริษัทร่วมทุน ชื่อ ไทย ซิลเวอร์ ฟู้ดส์ จำกัด ระหว่าง บริษัท ไทยฟู้ดส์ 70% และ บริษัท ซิลเวอร์ ฟาร์ม 30% ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจ รอบเลี้ยงไก่เพิ่มอีก 2.0 ล้านตัว เพื่อขายอาหารสัตว์ และ ลูกไก่ และ จ้างเหมาชำแหละไก่ เพิ่มวันละ 20,000 ตัวในเดือนเมษายน และ เพิ่มเป็น 40,000 ตัวต่อวัน ภายในไตรมาส 3 ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อขายไก่ชำแหละสู่ภาคเหนือและ ภาคอิสาน ให้กับ สาขาต่างจังหวัด และ โมเดินเทรด เพื่อลดต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง

          บริษัทจะมีการร่วมลงทุนเพิ่มขึ้น กับพันธมิตรธุรกิจ เพื่อที่จะช่วยผลักดันรายได้และ พื้นที่ขาย ของไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจปรับตัวลดลง โดยเฉพาะสินค้าสุกร ในปีนี้ มีเป้าหมายขายสุกร เดือนละ 73,000 ตัว รวมเวียตนาม 7,500 ตัวต่อเดือน เพิ่มขึ้น ประมาณ 15% จากปีที่แล้ว ขณะนี้ บริษัท กำลังก่อสร้างโรงชำแหละสุกรเพิ่มที่ ขอนแก่น และ ชลบุรี เพื่อขยายฐานการขายสุกรชำแหละปีนี้ เข้าสู่โมเดินเทรดและ พันธมิตร เช่น บริษัท หมูอินเตอร์ ในภาคเหนือ และ ภาคอิสาน เพื่อสร้างเสถียรภาพ ด้านราคาขายเฉลี่ยขอสินค้าสุกร โดยมีเป้าหมายภายในสิ้นปีนี้ รายได้จากสุกรชำแหละจะเพิ่มเป็น 40% และ สุกรเป็นจะลดลงเป็น 60% ของรายได้จากสุกร

         ส่วน การผลิตอาหารสัตว์ กำลังขยายกำลังการผลิต 30% เป็นเดือนละ 130,000 ตัน .ขายภายนอกให้กับลูกค้า 10% และ ใช้สนับสนุน ฟาร์มไก่ สุกร ภายในระบบ 90%

         ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TFG) กล่าวอีกว่า บริษัทฯได้เพิ่มสัดส่วนของสินค้าที่มีมูลค่าสูง ทั้งในส่วนของการส่งออกไก่น่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 25% ทั้งตลาดยุโรปและญี่ปุ่น โรงงานไส้กรอกไก่จะเพิ่มการผลิตกะที่สองให้เต็มกำลังการผลิต 60 ตันต่อวัน และ ธุรกิจ Food service ของไก่และ สุกร จะขยายต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมาย 1,000 ล้านในปีนี้

          ส่วนสินค้าไก่ปรุงสุกเพื่อการส่งออก บริษัทฯจะเริ่มก่อสร้างโรงงานในปีนี้และได้คัดเลือกเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต รวม 5 ไลน์การผลิตสินค้าให้ครอบคลุมความต้องการของตลาดส่งออก ขณะเดียวกันได้เริ่มทำการตลาดล่วงหน้าแล้ว โรงงานนี้น่าจะเริ่มสร้างรายได้ใน ไตรมาส 2 ปี 2561

นายทวิช เตชะนาวากุล ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (IFEC) เปิดเผยว่าได้มอบหมายให้ทนายความยื่นฟ้อง นายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IFEC ต่อศาลอาญา รวม 2 คดี เมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา โดยคดีแรกเป็นคดีที่นายวิชัย ในฐานะประธานกรรมการ IFEC ทำผิดหน้าที่กรรมการ คือการไม่จัดประชุมผู้ถือหุ้นภายในหนึ่งเดือนนับตั้งแต่วันที่กรรมการ IFEC ลาออกจนองค์ประชุมคณะกรรมการไม่ครบ และเมื่อกำหนดวันประชุมผู้ถือหุ้น ได้กำหนดวาระประชุมโดยผิดกฎหมาย อีกทั้งกีดกันผู้ถือหุ้นในการเสนอชื่อเพื่อเป็นกรรมการ ทำให้การประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 25 มกราคม 2560 ทั้งที่ผู้ถือหุ้นไม่อนุมัติรายชื่อบุคคลที่นายวิชัยเสนอให้เป็นกรรมการ จึงไม่สามารถแต่งตั้งกรรมการเพิ่มให้ครบองค์ประชุมได้ ทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทและผู้ถือหุ้น จนต้องนัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นอีกครั้งในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 นายวิชัยซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้กำหนดวิธีการลงคะแนนโดยผิดกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท เพราะข้อบังคับของบริษัทกำหนดให้ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้น 1 หุ้นมีสิทธิเท่ากับ 1 เสียง (One Man One Vote) แต่กลับกำหนดให้ผู้ถือหุ้นที่ถือ 1 หุ้นมีสิทธิออกเสียง 7 เสียง (Cumulative Vote) เป้าหมายเพื่อเทคะแนนให้กับบุคคลที่ฝ่ายนายวิชัยเสนอชื่อบางคน จนทำให้คนที่นายวิชัย เสนอมาได้คะแนนเสียงสูงสุดใน 2 ลำดับแรก

“นายวิชัยอาศัยคะแนนเสียงที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย กำหนดให้กรรมการในฝั่งของผม 3 คนครบวาระการดำรงตำแหน่ง แล้วเร่งรีบจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี เพื่อเลือกกรรมการทดแทนกรรมการในฝั่งของผม จนผมต้องร้องเรียนต่อสำนักงาน ก.ล.ต.ว่า การประชุมคณะกรรมการ IFEC ที่จัดขึ้นวันที่ 15 มีนาคม 2560 และวันที่ 29 มีนาคม 2560 เป็นการประชุมที่ผิดกฎหมาย ทำให้นายวิชัยต้องจัดประชุมคณะกรรมการใหม่ในวันที่ 10 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา” นายทวิชกล่าว

ส่วนคดีที่สองเป็นกรณีที่ บริษัท อีสต์โคสท์ เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) (ECF) เปิดเผยข้อมูลสารสนเทศผ่านตลาดหลักทรัพย์ กรณี ECF ให้ IFEC กู้ยืมเงินระยะสั้น โดย IFEC นำหุ้น IFEC-T หรือ บริษัท ไอเฟค เทอมอล จำกัด 5,000,000 หุ้นไปจำนำ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2559 ทั้งที่ในวันที่ 26 ธันวาคม 2559 IFEC มีกรรมการเหลืออยู่เพียง 4 คน ไม่ครบเป็นองค์ประชุม ซึ่วกรรมการที่เหลืออยู่ไม่มีอำนาจที่จะบริหารจัดการธุรกรรมต่างๆ ในนามคณะกรรมการได้ โดยศาลอาญารับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.1202/2560 ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 6 พฤศจิกายน 2560   

“การเดินหน้าฟ้องนายวิชัย ในครั้งนี้ ก็เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกคน เพราะที่ผ่านมานายวิชัยมีเจตนาที่ไม่สุจริต ทำผิดกฎหมายมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นทำผิดพ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ หรือพ.ร.บ.มหาชน เพียงเพื่อรักษาตำแหน่งของตน ทั้งที่สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ออกมาท้วงติงโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบริษัทและผู้ถือหุ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้ในหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการผิดนัดชำระหนี้ตั๋วบี/อี หรือ การนำหุ้น ICAP มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท ไปค้ำประกันหนี้ตั๋วบี/อี มูลค่า 100 ล้านบาท แล้วปล่อยให้ผิดนัดชำระหนี้ การแอบไปทำสัญญาขายโรงไฟฟ้าชีวมวลให้ ECF ซึ่งจริงๆ แล้วผู้ซื้อต้องเป็นคนเอาเงินมาวางมัดจำ IFEC แต่นายวิชัยกลับทำสัญญากู้ระยะสั้นกับผู้ซื้อ และต้องจ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ซื้อ หากไม่เป็นไปตามข้อตกลง มันเป็นอะไรที่ประหลาด และน่าหดหู่มาก ทำไมนายวิชัยถึงลุแก่อำนาจ และกล้าทำได้ถึงเพียงนี้ ฉะนั้นเพื่อหยุดการสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับ IFEC และผู้ถือหุ้นผมต้องเดินหน้าดำเนินคดีกับนายวิชัย ให้ถึงที่สุด”นายทวิชกล่าว

นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นใหญ่ IFEC ยังย้ำว่าการดำเนินการฟ้องร้องนายวิชัยในครั้งนี้ เพื่อให้นายวิชัยดำเนินการจัดประชุมผู้ถือหุ้นให้ถูกต้องตามมาตรฐาน และตามกฎข้อบังคับของบริษัทอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในการประชุมที่จะเกิดขึ้นในคราวต่อๆไป


------จบ-----






 

    

(สุกัญญา ศิริรวง รายงาน; เรียบเรียง;โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com/ )  
      
ที่มา: หุ้นอินไซด์


วันที่ : 21 เมษายน พ.ศ. 2560