Home > News Feed
     HotNews: GUNKUL เล็งประมูลงานใหม่เพียบ มั่นใจปีนี้รายได้เข้าเป้า 4.3 พันลบ. / ORI จ่อปรับเป้ารายได้ปีนี้ หลังเทคฯ พราวด์ เรสซิเดนซ์ /WHA คาดรายได้-กำไร Q2/60 โตไม่ยั้ง อัพเป้ายอดขายที่ดินปีนี้เป็น 1.4 พันไร่

 

 

 


HotNews:  GUNKUL เล็งประมูลงานใหม่เพียบ   มั่นใจปีนี้รายได้เข้าเป้า 4.3  พันลบ. 

/ ORI  จ่อปรับเป้ารายได้ปีนี้  หลังเทคฯ พราวด์ เรสซิเดนซ์  

/WHA คาดรายได้-กำไร Q2/60  โตไม่ยั้ง อัพเป้ายอดขายที่ดินปีนี้เป็น 1.4 พันไร่


     สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(     19   พ.ค.  2560  )------- GUNKUL คาดงบQ2/60 โตต่อเนื่องจากQ1/60 หลังรับรู้รายได้โครงการพลังงานลมห้วยบงต่อเนื่อง -ปรับค่าขึ้น Ft หนุน คาดคว้าโซลาร์ฟาร์มสหกรณ์ 20 Mw จาก 119 Mw รู้ผลประมูลQ3/60  คาดกระบวนการซื้อหุ้น โซลาร์ฟาร์ม 8 Mw ที่สระแก้ว แล้วเสร็จใน พ.ค. หวังรับรู้รายได้ทันที  เตรียมเข้าประมูลงาน EPC ทั้งภาครัฐ-เอกชน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 4 พันลบ.  เผยสนใจเข้าร่วมประมูล SPP Hybrid farm ขนาด 300 Mw 

ORI  เตรียมปรับเป้ารายได้ปีนี้  หลังเทคฯ พราวด์ เรสซิเดนซ์   จากเดิมตั้งเป้ารายได้ 6 พันลบ.    เผยหลังซื้อ พราวด์ เรสซิเดนซ์   ดัน Backlog   พุ่งแตะ 2.4  หมื่นลบ.  ขึ้นเป็น TOP5 ธุรกิจอสังหาฯ   เตรียมปรับพอร์ตคอนโดฯ Hi-End  เพิ่มเป็น 25-30%   ภายใน 5ปี  

WHA คาดรายได้-กำไร Q2/60 ดีกว่า Q1/60 หลังจะโอนที่ดินกว่า 500 ไร่ ทั้งปีคาดโอน 1.2 พันไร่พร้อม    ปรับเพิ่มเป้ายอดขายที่ดินปีนี้เป็น 1.4 พันไร่ จากเดิมคาด 1 พันไร่ ทั้งนี้เตรียมขายสินทรัพย์เข้า REIT มูลค่า 3 พันลบ. ในช่วงปลายปีนี้ มีแผนดินสายโรดโชว์ ฮ่องกง สิงคโปร์ ภายใน พ.ค. นี้ ก่อนบินยุโรป อเมริกา  ญี่ปุ่น ต่อ 


นายสมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)GUNKUL เปิดเผยว่า  คาดผลการดำเนินในช่วงไตรมาส 2/2560  จะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2560 เป็นมาจากบริษัทมีการรับรู้รายได้จากโครงการพลังงานลมอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงบริษัทได้รับผลบวกจากการที่กระทรวงพลังงานได้ปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ(Ft) งวดเดือนพฤษภาคม ถึงสิงหาคมนี้ 12.52 สตางค์ต่อหน่วย โดยจะช่วยทำให้กำไรจากการขายไฟฟ้าปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกปีละราว 3-4 %

                อีกทั้งโครงการพลังงานลมจากบริษัท กรีโนเวชั่น เพาเวอร์ จำกัด กำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์ เตรียมจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในสิ้นปีนี้ จึงทำให้บริษัทฯ มั่นใจรายได้ปีนี้จะเติบโตตามเป้าที่ประมาณ 4,300 ล้านบาทได้  โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการลงทุนด้านพลังงานทดแทนโดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นและกลุ่มประเทศ AEC เพื่อให้ได้เป้าหมายเมกะวัตต์สะสมไม่ต่ำกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ภายใน 3 ปีนับจากนี้ จากปัจจุบันที่มีอยู่ในมือแล้ว 489 เมกะวัตต์

พร้อมทั้งคาดว่าสิ้นปีนี้ สัดส่วนกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีนิติบุคคล ค่าเสื่อม และค่าจัดจำหน่าย(EBITDA )ในธุรกิจไฟฟ้าจะอยู่ที่ 70 % และธุรกิจเดิมจะอยู่ที่ 30 % ขณะที่ปี 2561 สัดส่วน EBITDA ในธุรกิจไฟฟ้าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 80 % จากการCOD โครงการพลังงานลมครบ 3 เฟส

ทั้งนี้แผนการลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน บริษัทเตรียมที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มสหรกรณ์ จำนวน 119 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะเปิดยื่นคุณสมบัติในปลายเดือนพฤษภาคมถึงวันที่ 10 มิถุนายน  2560  โดยบริษัทคาดว่าจะชนะประมูลราว 20 เมกะวัตต์  คาดว่าจะทราบผลการประมูลในช่วงไตรมาส 3/2560 และจะสามารถเดินเครื่องเชิงพาณิชย์  (COD)  ได้ในช่วงไตรมาส 1/2561 

พร้อมกันนี้ยังจะมีการยื่นประมูลในโครงการโซลาร์ฟาร์มส่วนราชการ ขององค์การทหารผ่านศึกจำนวน 100 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะชนะประมูลราว 5 เมกะวัตต์

  นายสมบูรณ์ กล่าวต่อว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ที่  4.3 พันล้านบาท  โดยจะมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้ากังหันลมที่ ตำบลห้วยบง อำเภอ.ด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา  เฟสแรกกำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์ ที่ COD ไปเมื่อเดือนธันวาคมปี 2559  นอกจากนี้ยังมีการ COD ในโคงการโรงไฟฟ้ากังหันลมห้วยบง เฟส 2  กำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์คาดจะ COD ในเดือนธันวาคมปีนี้ อีกทั้งยังมีการCOD โรงไฟฟ้ากังหันลม เฟส 3 ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา อีก 50 เมกะวัตต์ ในช่วงไตรมาส 2/2561 

 อีกทั้งบริษัทเตรียมเข้าซื้อหุ้นในบริษัท บีเอ็มพี โซล่าร์ จำกัดหรือ(BMP Solar)  ซึ่งเป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดกำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ขนาด 8 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดสระแก้ว โดยมีการจำหน่ายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้ว  คาดว่ากระบวนการดังกล่าวจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้ และจะรับรู้รายได้เข้ามาทันที

บริษัทมีเตรียมเข้าร่วมประมูลงาน  EPC ทั้งในโครงการภาครัฐและเอกชน เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 4 พันล้านบาท โดยในส่วนของด้านรับเหมาก่อสร้าง(EPC) ปัจจุบันมีมูลค่างานในมือ(Backlog) ราว 1.2 พันล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้บริษัทยังมีความสนใจเข้าร่วมโครงการ SPP Hybrid Firm ขนาด 300 เมกะวัตต์ และโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) ขนาด 200 เมกะวัตต์ ซึ่คาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนในเรื่องกฎระเบียบจากหน่วยงานภาครัฐในช่วงไตรมาส 3/2560 

นายสมบูรณ์   กล่าวเพิ่มเติมว่า  มองราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงนั้น เป็นไปตามภาวะตลาด  ซึ่งเชื่อว่าหากนักลงทุนมีความเข้าใจ เชื่อว่าหุ้นGUNKUL เป็นหุ้นทีมีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีศักยภาพในการสร้างผลประกอบการได้โตต่อเนื่องจากการCODเพิ่มขึ้นทุกปี  

ขณะที่บริษัทเตรียมออกหุ้นกู้มูลค่า 3-4  พันล้านบาทในช่วงที่เหลือของปีนี้ อายุไม่เกิน 3 ปี ซึ่งเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้บริษัทจะนำไปใช้สำหรับการขยายธุรกิจด้านพลังงานเป็นหลัง และส่วนที่เหลือจะนำไปรีไฟแนนซ์ให้ต้นทุนดอกเลบี้ยลดลง ไม่เกิน 3.5-3.6 %ต่อปี

ในช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทมีแผนเดินทางไปให้ข้อมูลแก่นักลงทุน(โรดโชว์)ที่ประเทศฮ่องกง และสิงคโปร์ ซึ่งคาดว่าจะมีนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจในธุรกิจของบริษัทมากขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วนนักลงทุนต่างชาติถือหุ้นราว 4-5 %  



นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทฯ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่าเตรียมปรับเพิ่มเป้ารายได้ปีนี้ จากเดิมที่บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ที่  6,000 ล้านบาท  หลังบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมด ของบริษัท พราว เรสซิเดนซ์  จำกัด  จำนวน 10 ล้านหุ้น โดยจะชำระราคาหุ้นเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 4,000 ล้านบาท    ซึ่งบริษัท พราว เรสซิเดนซ์  มีโครงการ PARK 24 คอนโดมิเนียมแนวสูง ประกอบด้วย 5 อาคาร มูลค่า 17,000 ล้านบาท และปัจจุบันมีBacklog อยู่ 10,500 ล้านบาท โดยในเฟสแรก มูลค่า 6,000 ล้านบาท จะเริ่มส่งมอบในเดือนกรกฎาคม ถึงปลายปีนี้ และส่วนเฟส 2 มูลค่า 11,000ล้านบาท จะเริ่มส่งมอบในปีหน้า 

“บริษัทมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาคอนโดมิเนียมเพื่อเจาะตลาดพรีเมียมแมส ขณะที่พราวด์ เรสซิเดนซ์มีความเชี่ยวชาญด้านการดีไซน์ การพัฒนาคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ รวมถึงการเจาะตลาดผู้บริโภคชาวต่างชาติ เราจึงมองเห็นโอกาสร่วมกันและตัดสินใจเป็นพันธมิตรกัน เสริมจุดแกร่งเพื่อพัฒนาคอนโดมิเนียมคุณภาพให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคครบทุกเซ็กเมนต์” นายพีระพงศ์ กล่าว

  สำหรับรูปแบบของความร่วมมือนั้น ต่างฝ่ายจะเข้าซื้อหุ้นของกันและกัน โดยบริษัทจะเข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด จำนวน 10 ล้านหุ้น จะชำระราคาหุ้นเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 4,000 ล้านบาท โดยมีแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินและเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท

  ขณะเดียวกัน บริษัท พราวด์ เรสสิเดนซ์ จำกัด ก็จะเข้าทำการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) จำนวน 81,197,171 หุ้นเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 1,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5% ของทุนจดทะเบียน โดยเป็นการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนดังกล่าว ให้แก่บุคคลในวงจำกัดของบริษัท พราวด์ เรสสิเดนซ์ จำกัด ได้แก่ นางจรัสพิมพ์ ลิปตพัลลภ ประธานกรรมการ บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด จำนวน 3.5% นายธงชัย บุศราพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด จำนวน 0.75% และนางนุ่น ทวีศรี กรรมการ บริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด จำนวน 0.75%  

  “ภายหลังการเสนอขายและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน นางจรัสพิมพ์ จะถือหุ้น ORI จำนวน 56,838,020 หุ้น คิดเป็น 3.5% ของทุนจดทะเบียนบริษัท นายธงชัย จะถือหุ้นจำนวน 12,179,576 หุ้น คิดเป็น 0.75% และนางนุ่น จะถือหุ้นจำนวน 12,179,575 หุ้น รวมกันสามคนเท่ากับ 5% ของทุนจดทะเบียนบริษัท คิดเป็นมูลค่าหุ้นทั้งสิ้นประมาณ 1,000 ล้านบาท และนางจรัสพิมพ์ จะมีสิทธิ์เสนอชื่อบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการของออริจิ้นอีก 1 คน” นายพีระพงศ์ กล่าว 

ทั้งนี้ บริษัทจะเสนอเรื่องทั้งหมดเข้าที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2560 ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2560 เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติต่อไป

  นายพีระพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากการดำเนินการทั้งหมดเสร็จสิ้น บริษัทจะมีแบ็กล็อกจำนวน 24,000 ล้านบาทซึ่งอยู่ในระดับท็อป 5 ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และมีแบรนด์คอนโดมิเนียมทั้งหมด 4 แบรนด์ ได้แก่ เคนซิงตัน นอตติ้ง ฮิลล์ ไนท์บริดจ์ และ PARK สำหรับเจาะตลาดผู้บริโภคใน 4 เซ็กเมนต์ โดยตั้งเป้าจะกระจายพอร์ตการดำเนินธุรกิจในสัดส่วนเซ็กเมนต์ละ 25% ภายในช่วง 5 ปี 

สำหรับบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด เป็นผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมไฮเอนด์ PARK24 ใจกลางย่านสุขุมวิท มูลค่าโครงการรวมกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท ปัจจุบัน มีผู้ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดแล้วประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เป็นผู้ซื้อต่างชาติมากกว่า 5,000 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องระหว่างปี 2560-2563

  ปัจจุบัน บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ประกอบด้วย 1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Project Development Business) พัฒนาคอนโดมิเนียมมาแล้วประมาณ 35 โครงการ รวมมูลค่าโครงการประมาณ 30,000 ล้านบาท 2.ธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียนต่อเนื่อง (Recurring Income Business) เช่น โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ ค้าปลีก 3.ธุรกิจบริการ (Service Business) เช่น ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ และยังมีวิสัยทัศน์ในการขยายประเภทธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร

นายพีระพงศ์  กล่าวเพิ่มเติมว่า คาดว่า สัดส่วนลูกค้าต่างชาติของบริษัทจะเพิ่มขึ้นถึง 25% จากเดิมอยู่ที่  10% จากการร่วมเป็นพันธมิตรกับ บริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ ที่มีกลุ่มฐานลูกค้าระดับบนและ ลูกค้าต่างชาติ

ขณะที่บริษัทฯจะมีแผนลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ เพื่อเสริมการฐานรายได้แก่บริษัทฯ ให้เกิดการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทฯจะมองว่ากระแสเงินสดยังมีความเพียงพอต่อเสริมธุรกิจ อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการกู้ธนาคาร ที่ปัจจุบันบริษัทฯมีอัตราหนี้สินต่อทุน(D/E) อยู่ที่ 1 เท่า




นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group เปิดเผยว่าคาดแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาสที่2/60  จะมีรายได้และกำไรเติบโตกว่าไตรมาส1/60  ที่มีรายได้ 1,365.13 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 80.78 ล้านบาท  เนื่องจากบริษัทเตรียมโอนที่ดินมากกว่า 500 ไร่ เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/60 ที่มียอดโอนที่ดินเพียง 15 ไร่  เพราะได้รับอานิสงส์จากการที่ภาครัฐเร่งกระตุ้นการลงทุนในโครงการเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) อีกทั้งยังจะรับรู้รายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน หลังจากเสร็จสิ้นการปิดซ่อมบำรุงในไตรมาส 1/60 ที่ผ่านมา

"การเติบโตของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯเตรียมจะปรับเป้ายอดขายที่ดิน จากเดิม 1,000 ไร่เป็น 1,400 ไร่  และยอดโอนที่ดิน จากเดิม 1,000 ไร่เป็น1,200 ไร่ โดยจากยอดขายที่ดินในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2560 อยู่ที่ 514 ไร่ โดยได้ขายที่ดินล็อตใหญ่ให้แก่กลุ่มคอนทิเนทัล (Continental) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยางรถยนต์รายใหญ่ของโลกของประเทศเยอรมัน จำนวน 473 ไร่ ซึ่งมีผลทำให้ยอดที่ดินรอการโอน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560 สูงถึง 867 ไร่ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมน่าจะเติบโตกว่า 70%"  นางสาวจรีพร กล่าว

ขณะที่บริษัทได้ปรับเป้าหมายยอดขายที่ดินปีนี้ขึ้นเป็น 1,400 ไร่ จากเดิม 1,000 ไร่ และปรับเป้ายอดโอนที่ดินปีนี้เป็น 1,200 ไร่ จากเดิมที่ 1,000 ไร่ โดยปัจจุบันบริษัทฯมียอดขายรอโอน (Backlog) แล้ว 867 ไร่ 

สำหรับเป้าหมายรายได้ปีนี้  บริษัทคาดรายได้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 13,000 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้ยังมาจากการขายพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรม 40% และ โลจิสติกส์ 35% ส่วนที่เหลือจะมาจากธุรกิจไฟฟ้าภายใต้ บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) ที่บริษัทถือหุ้นอยู่ในสัดส่วน 70% ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีการเติบโตไม่น้อยกว่า 40% โดยจะมีโรงไฟฟ้าอีก 4 แห่งที่เตรียมขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ตั้งแต่เดือน พ.ค.-พ.ย. นี้ กำลังการผลิตรวม 128.8 เมกะวัตต์

        นอกจากนี้ บริษัทเตรียมรวมกอง WHART มาเป็น HREIT โดยคาดว่ากระบวนการต่างๆจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย. จะทำให้ HREIT มีขนาดเพิ่มเป็น 23,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นกอง REIT ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จากนั้นในช่วงปลายปีบริษัทเตรียมขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT เพิ่มอีก 84,000 ตารางเมตร มูลค่าราว 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ในช่วงไตรมาส 4/60 มีผลประกอบการที่ดีที่สุดในปีนี้

  พร้อมกันนี้ บริษัทเตรียมเดินทางไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ทั้งในญี่ปุ่น สหรัฐ สิงคโปร์ ฮ่องกง และสหภาพยุโรป  ในช่วงที่เหลือของปีนี้   ซึ่งคาดว่าจะมีสัดส่วนนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 25%  จากปัจจุบันอยู่ที่ 20%

นางสาวจรีพร  กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทฯ มีความตั้งใจที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring income) เพิ่มมากขึ้น โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าธุรกิจสาธารณูปโภคจะเติบโตรายได้ไม่ต่ำกว่า 10% จากปริมาณลูกค้าในนิคมที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าในกลุ่มโรงไฟฟ้าและปิโตรเคมี ซึ่งมีการใช้น้ำในปริมาณมาก เช่นเดียวกันกับธุรกิจโรงไฟฟ้าที่น่าจะเติบโตไม่น้อยกว่า 40% จากการที่โรงไฟฟ้าที่จะ COD อีก 4 แห่ง



ปิดการซื้อขายวันนี้  ราคาหุ้น  WHA  อยู่ที่  3.02 บาท  เพิ่มขึ้น  0.04 บาท หรือ 1.34%   มูลค่าการซื้อขาย  107.43  ล้านบาท  ,  GUNKUL   อยู่ที่ 4.42  บาท เพิ่มขึ้น  0.04 บาท หรือ 0.91%  มูลค่าการซื้อขาย  24.77   ล้านบาท  ,  ORI  อยู่ที่ 11.10  บาท   ลดลง  0.20 บาท หรือ 1.77%   มูลค่าการซื้อขาย  86.11   ล้านบาท 










 

    

(สุกัญญา ศิริรวง รายงาน; เรียบเรียง;โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com/ )  
      
ที่มา: หุ้นอินไซด์


วันที่ : 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2560