Home > News Feed
     HotNews: SEAFCO ฟุ้งรายได้ปีนี้นิวไฮ -Net Profit Margin สูงสุดในรอบ 3 ปี -SNP ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 8-9% -ปักหมุดเปิดสาขาCLMV

 

 






HotNews: SEAFCO  ฟุ้งรายได้ปีนี้นิวไฮ -Net Profit Margin สูงสุดในรอบ 3 ปี
-SNP ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 8-9% -ปักหมุดเปิดสาขาCLMV 




  สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(  13  กันยายน  2560 ) --------SEAFCO มั่นใจรายได้ปีนี้ทำนิวไฮ หลังตุนงานในมือ 1.5 พันลบ. รับรู้รายได้  1 พันลบ.ในช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดอัตรากำไรสุทธิปีนี้ไม่ต่ำกว่า10% สูงสุดในรอบ 3ปี เหตุงานภาครัฐหนุน คาดปี 61 สัดส่วนรายได้ตปท. เพิ่มเป็น5% จากปัจจุบันยังไม่มี ช่วงที่เหลือของปีนี้เดินหน้าประมูลงานกว่า 1 หมื่นลบ. 
SNP ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 8-9% จากปีก่อนทำได้ 7.9 พันลบ.  ตามยอดขายสาขาเดิมฟื้น -เข้าช่วงไฮซีซั่นธุรกิจ จะเปิดสาขาช่วงที่เหลือปีนี้อีก 5-6 สาขา ใช้งบลงทุน 6-8 ลบ./สาขา คาดอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้ดีกว่าปีก่อนที่ 44.71% จากการบริหารต้นทุนดีขึ้น เจรจาเข้าร่วมทุน พันธมิตรท้องถิ่น เมียนมาร์ - เวียดนาม-อินโดฯ   คาดชัดเจนปี61  ดันสัดส่วนตปท.แตะ 20% ปี63  จากปัจจุบัน 12%  



นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน)หรือ SEAFCO เปิดเผยว่าบริษัทมั่นใจรายได้ปีนี้จะทำสถิติใหม่สูงสุด คาดมาอยู่ที่ 2 พันล้านบาทจากปีก่อนที่มีรายได้  1.87 พันล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ(Backlog) อยู่ที่  1.5 พันล้านบาทซึ่งเป็นสถิตใหม่สูงสุดของบริษัทด้วยเช่นกัน โดยคาดว่าจะรับรู้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ราว 1 พันล้านบาท ยังไม่รวมงานโครงการกลุ่มเสาเข็มทดสอบ รถไฟฟ้าสายสีส้ม พระราม 9 กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นลักษณะงานเสาเข็มเจาะแบบกลม และเสาเข็มเจาะแบบเหลี่ยม ไม่รวมค่าวัสดุ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างกำหนดราคา
พร้อมกันนี้บริษัทคาดว่าอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ในปีนี้จะอยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 10% ซึ่งจะเป็นสถิติใหม่สูงสุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมของภาครัฐที่ออกมาค่อนข้างเยอะ ส่งผลให้บริษัทฯมีโอกาสได้รับงานมากขึ้นตามปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทยังได้มีการบริหารจัดการดีขึ้นการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น
นอกจากนี้บริษัทคาดสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้นจากปัจจุบันที่ไม่มีอยู่เลย โดยบริษัทได้ตั้งเป้าในปี 61 จะมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศอยู่ที่ 5% เนื่องจากปัจจุบันบริษัทได้เริ่มรับงานโครงการแลนด์มาร์คคอมเพล็กในเมียนมา ซึ่งเป็นงานภาคเอกชน โดยในส่วนงานเสาเข็มเจาะคิดเป็นมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้บริษัทนมีรายได้เข้ามาในปี61  อีกทั้งในปีหน้าบริษัทยังมีแผนที่จะเข้าประมูลงานภาคเอกชนในกัมพูชา เป็นงานประเภทเสาเข็มเจาะ และกำแพงคันดินเพิ่มเติมในส่วนของงานต่างประเทศด้วย 
สำหรับงานในประเทศบริษัทเตรียมเข้าประมูลงานภาครัฐอย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท ได้แก่ โครงการรถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง, รถไฟฟ้าสีม่วงใต้, ทางด่วน 2 เส้นทางใหม่ ส่วนต่อขยายสายสีส้มและสีน้ำเงิน และ 2 งานใหญ่ของภาคเอกชน คือ 1. โครงการ One Bangkok สวนลุมไนท์เดิม 2. โครงการ mixed-use บนถนนพระราม 9 และคาดว่าบริษัทฯจะได้รับงานไม่มากก็น้อยเนื่องจากบริษัทมีศักยภาพที่เพียงพอและรองรับงานดังกล่าวได้ สะท้อนให้เห็นจากงานที่บริษัทฯได้รับในช่วงที่ผ่านมา อย่างงาน 5 โครงการใหม่ ในเดือนส.ค.60 มูลค่ารวม 78 ล้านบาท ได้แก่  โครงการกลุ่มเสาเข็มทดสอบ รถไฟฟ้าสายสีส้ม พระราม 9 กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นลักษณะงานเสาเข็มเจาะแบบกลม และเสาเข็มเจาะแบบเหลี่ยม ไม่รวมค่าวัสดุ ของบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK โดยสถานะของงานอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างพร้อมทั้งโครงการส่วนต่อขยาย ทางพิเศษสายศรีรัช (ด้านทิศเหนือ) จตุจักร กรุงเทพฯ ลักษณะของงาน เป็นงานเสาเข็มเจาะแบบเหลี่ยม ไม่รวมค่าวัสดุ ของ CK โดยสถานะงาน อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างรวมทั้งพร้อมทั้งโครงการเคนซิงตัน สุขุมวิท-เทพารักษ์ ถ.เทพารักษ์ จ.สมุทรปราการ โดยลักษณะของงาน เป็นงานเสาเข็มเจาะ ไม่รวมค่าวัสดุ ผู้ว่าจ้าง คือ บริษัท เจ แอนด์ เค กรุ๊ป เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด สถานะของงาน อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างพร้อมด้วยโครงการไนท์ บริดจ์ ไพรม์ สาทร ถ.นราธิวาสราชนครินทร์ สาทร กรุงเทพฯ ลักษณะของงาน เป็นงานเสาเข็มเจาะ ไม่รวมค่าวัสดุ ผู้ว่าจ้าง คือ บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด สถานะของงาน กำหนดเริ่มดำเนินการก่อสร้าง ปลายเดือนก.ย.60 และโครงการอาคารปฏิบัติธรรมเทียนฝอ บางบอน จ.กรุงเทพฯ ลักษณะของงาน เป็นงานเสาเข็มเจาะ รวมค่าวัสดุ ผู้ว่าจ้าง สมาคมอี้ก้วนเต้า (ประเทศไทย) สถานะของงาน อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง


นายวิทูร ศิลาอ่อน กรรมการ  บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) หรือ SNP เปิดเผยว่า  บริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 8-9% จากปีก่อนที่มีรายได้ 7,932.03   ล้านบาท  เป็นผลจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม ( same store sales) ที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น จากช่วงครึ่งปีแรกนั้นมีผลติดลบ 2%    และคาดว่าช่วงไตรมาส 4/60 จะมีผลติดลบที่น้อยลงหรือกลับมาเป็นบวกด้วย สอดคล้องกับเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจอาหาร ที่มีการใช้จ่ายสูงขึ้นตามเทศกาลต่างๆ 
ขณะที่บริษัทเตรียมเปิดเปิดสาขาใหม่ในช่วงที่เหลือของปีนี้ อีก 5-6 แห่ง โดยจะเน้นในพื้นที่ของโรงพยาบาลเป็นหลัก  คาดใช้งบลงทุน  6-8 ล้านบาทต่อสาขาสำหรับสาขาร้านอาหาร    ส่วนร้านประเภทเบเกอร์รี่ คาดจะใช้งบราว 1-2 ล้านบาท 
ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีสาขารวมทั้งหมด 495 สาขา 
พร้อมกันนี้ บริษัทคาดอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้จะสูงกว่าปีก่อนที่ 44.71%  เนื่องจากบริษัทได้บริหารต้นทุนทางการผลิตที่ดีขึ้นรวมถึงการจัดหาวัตถุดิบในการผลิตที่ดีด้วยเช่นกัน 
นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรท้องถิ่น ในประเทศเมียนมาร์  , เวียดนาม และอินโดนิเซีย เพื่อหวังนำแบรนด์S&P เข้าไปเจาะตลาด โดยประเทศแรกที่จะเริ่มดำเนินการนั้นได้แก่ เมียนมาร์ คาดจะเริ่มได้ปี 2561 และหลังจากนั้นจะขยายไปในประเทศอื่นๆอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นตามแผนนั้นหวังจะขยายปีละ 1 ประเทศ โดย คาดสัดส่วนรายได้ต่างประเทศจะแตะ 20% ได้ภายในปี 2563 จากปัจจุบันอยู่ที่ 12% 
สำหรับงบลงทุนมั่นใจว่ามีเพียงพอ  เพราะมีเงินสดในมือ   รวมถึงมีหนี้สินต่อทุน (D/E) เพียง 0.5เท่า  ทำให้สามารถกู้สถาบันการเงินได้ และธนาคารพาณิชยพร้อมจะให้การสนับสนุนได้ทันที


-----จบ--- 

 

 

    

(สุกัญญา ศิริรวง รายงาน; เรียบเรียง;โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com/ )  
      
ที่มา: หุ้นอินไซด์


วันที่ : 13 กันยายน พ.ศ. 2560