Home > News Feed
    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน

“แกว่งไม่หลุด 1630 ยังเลือกซื้อ/ถือต่อ”
• หุ้นที่เปลี่ยนคำแนะนำทางปัจจัยพื้นฐานวันนี้ : ไม่มี
ปัจจัย&กลยุทธ์ทางปัจจัยพื้นฐาน : SET Index ผ่าน 1650 ไปแล้วเมื่อวานนี้ (สูงสุด 1652.51) แต่แรงขายทำกำไรทำให้ปิดลงมาที่1642.94 (-0.61 จุด) ต่างชาติและพอร์ตบล.ซื้อสุทธิ สถาบันในประเทศขายสุทธิเล็กน้อย รายย่อยเป็นกลุ่มที่นำขายสุทธิสำหรับวันนี้ ในต่างประเทศ – มีประเด็นราคาน้ำมันดิบบวกขึ้นราว 2% จาก IEA ปรับเพิ่มคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันปีนี้เป็น +1.6 จากเดิม+1.5 ล้านบาร์เรล/วัน (เพราะงวด 2Q60 อุปสงค์ +2.4% มากกว่าคาด), PPI เดือนส.ค.ของสหรัฐ +0.2%MoM (ดีขึ้นจาก -0.1% ในก.ค.),นายพอล ไรอัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมั่นใจว่าทรัมป์จะผลักดันมาตรการปฏิรูปภาษีสำเร็จในปีนี้ โดยอาจมีผลย้อนหลังไปถึงต้นปีนี้ด้วย ส่วนทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ ล่าสุด CME FedWatch ระบุว่ามีโอกาสเพียง 41% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.60 (จับตา CPI ที่จะออกมาวันนี้)

ส่วนในประเทศ – มีข่าวว่า ADVANC กำลังทำ Due Diligence เพื่อซื้อหุ้น CSL จากผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 ราย คือ THCOM (ถืออยู่ 42.07% ผ่านบริษัทย่อย ดีทีวี เซอร์วิส) และ SingTel (ถืออยู่ 14.14%) ราคาเบื้องต้น 7.8 บาท/หุ้น แต่อาจเปลี่ยนแปลงหลังทำ Due Diligence (ราคาปิดเมื่อวานนี้ 7.35 บาทเหลือ Upside 6%) คาดดีลจะเสร็จกลางต.ค.นี้ และเมื่อสำเร็จคาดว่า ADVANC จะทำเทนเดอร์ฯ ที่ราคารับซื้อไม่ต่ำกว่าที่ตกลงกับ 2 รายใหญ่กับนักลงทุนรายย่อยด้วย ด้าน SIS ผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ SIS International Holdings ประกาศทำเทนเดอร์ฯ ที่ราคา7 บาท/หุ้น แต่ราคาปิดเมื่อวานที่ 7.85 บาทสูงกว่าราคาเทนเดอร์ฯไปแล้ว ส่วน AOT แนวโน้มดีต่อ คาดกำไรปี 60-61 โต 13%/16% ทางDBSV คงคำแนะนำซื้อ โดยปรับเพิ่ม TP ขึ้นเป็น 65 บาท (เดิม 55 บาท)

กลยุทธ์ลงทุน : มีหุ้นอยู่แล้วถือต่อ / การซื้อใหม่ควรคุมไว้ด้วยดัชนีไม่ต่ำกว่า 1630 โดยเน้นการเลือกซื้อหุ้นที่มีแนวโน้มธุรกิจดี และราคามีUpside จากปัจจุบัน…สำหรับหุ้นกลยุทธ์แนะนำรายสัปดาห์ช่วงวันที่ 13-19 ก.ย.60 เป็น PTTGC (Growth Play) และ SENA (High YieldPlay) ส่วนหุ้น Top Picks เดือนก.ย.60 เป็น AMATA, CPN, MINT, TISCO และ Dark Horse คือ SEAFCO

วิเคราะห์ทางเทคนิค : ภาพตลาดเริ่มมีลบเกิดขึ้นเล็กๆ (ปิดลบแต่ยังเหนือ SMA10) ซื้อใหม่เน้นตามด้วยค่าบวก แนวต้าน 1650-1660,ต่ำกว่า 1630 ควร Wait & See / หรือลดพอร์ตในส่วนที่เพิ่งซื้อใหม่ตอนต้นทุนสูงไปก่อน สำหรับการ SCAN หุ้นที่คาดว่าราคาจะทำ NewHigh ได้ พบว่าหุ้นที่เข้ามาใหม่เป็น TPOLY, ALT, CKP, MCS, TIPCO, AUCT หุ้นยังอยู่ใน List คือ BCPG, ANAN, SPALI, SAMTEL,TCAP, TCJ, ERW หุ้นหลุด List –ไม่มี- ส่วนหุ้นแนะนำไปแล้วและให้หาจังหวะขายทำกำไรเป็น QH, MONO, PTL, SCB, THCOM, UV
นักกลยุทธ์&นักวิเคราะห์ : อาภาภรณ์ แสวงพรรค& Reseach Team – arparporns@th.dbsvickers.com

Need to know TODAY
ปัจจัยต่างประเทศ & ในประเทศที่สำคัญ
ปัจจัยต่างประเทศ ตลาดหุ้น ตลาดน้ำมันและทองคำ
+ สหรัฐ : เงินเฟ้อด้านต้นทุนขยับขึ้นในเดือนส.ค.
# กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผย ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้น 0.2%MoM ในเดือนส.ค. หลังจากขยับลง 0.1%ในเดือนก.ค. โดยการดีดตัวของดัชนี PPI ได้รับแรงหนุนจากการทะยานขึ้น 9.5% ของราคาน้ำมันเบนซิน
# จับตาข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐ ซึ่งจะเปิดเผยในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น โดยข้อมูลดังกล่าวอาจเป็นตัวบ่งชี้กรอบเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
# ล่าสุด CME Group ระบุว่าจากการใช้เครื่องมือ FedWatch วิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ พบว่านักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาสเพียง 41.1% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.นี้

+ ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : มีความหวังว่าคณะทำงานทรัมป์จะผลักดันมาตรการปฎิรูปสำเร็จภายในปีนี้
# ดัชนี DJIA ปิด +39.32 จุด หรือ +0.18% ดัชนี S&P500 ปิด +1.89 จุด หรือ +0.08% และดัชนี Nasdaq ปิด

+5.91 จุด หรือ +0.09%
# ปัจจัยหนุนตลาดหุ้นสหรัฐ คือ ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นหนุนหุ้นพลังงาน และนายพอล ไรอัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ แสดงความมั่นใจว่าปธน.ทรัมป์จะสามารถผลักดันมาตรการปฏิรูปภาษีได้สำเร็จในปีนี้ และคณะทำงานกำลังพิจารณาให้การปฎิรูปภาษีมีผลบังคับใช้ย้อนหลังไปถึงต้นปี 60 ด้วย โดยสัปดาห์หน้านี้จะมีการเปิดเผยกรอบเวลาในการปฏิรูปภาษี

+ ภาวะตลาดน้ำมัน : ราคาพุ่งขึ้นรับ IEA ปรับเพิ่มคาดการณ์อุปสงค์ปีนี้
# สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 1.07 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 49.30 ดอลลาร์/บาร์เรล และBRENT ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 89 เซนต์ หรือ 1.6% ปิดที่ 55.16 ดอลลาร์/บาร์เรล

# IEA เปิดเผยว่าอุปทานน้ำมันทั่วโลกในเดือนส.ค.ลดลง 720,000 บาร์เรล/วัน จากเดือนก่อนสู่ระดับ 97.7 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากผลกระทบของพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์
# IEA ระบุว่าอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 2.3 ล้านบาร์เรล/วัน หรือ +2.4% ซึ่งส่งผลให้ IEA ปรับเพิ่มคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันสำหรับทั้งปี 60 สู่ระดับ 1.6 ล้านบาร์เรล/วัน หรือ +1.7% จากก่อนหน้าที่คาดว่าจะเพิ่ม 1.5 ล้านบาร์เรล/วันในปีนี้
# EIA รายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น 5.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว มากกว่าที่วิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 3.2 ล้านบาร์เรล

- ภาวะตลาดทองคำ : เงินดอลล์แข็งฉุดราคาทอง -0.4%
# สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 4.70 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ระดับ 1,328 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยหลักๆ เป็นผลจากการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ Dollar Index ขยับขึ้นเป็น 92.4 จากต่ำสุด 91.0 เมื่อ 4 วันก่อน

ปัจจัยในประเทศ และหุ้นมีข่าว
• BANPU : ผลกระทบจากการที่รัฐบาลอินโดนีเซียจะจำกัดราคาซื้อถ่านหินเข้าโรงไฟฟ้าไม่มาก
# ราคาหุ้น BANPU ปรับลงแรง (-3.45%) เมื่อวานนี้ ซึ่งอาจเกิดจากการที่มีข่าวว่ารัฐบาลอินโดนีเซียมีแนวคิดที่จะจำกัดราคาซื้อถ่านหินที่ใช้ผลิตไฟฟ้า เพื่อคุมไม่ให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมากเกินไป แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะกำหนดราคาเพดานเท่าไร และจะยังต้องผ่านกระบวนการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกหลายขั้นตอน
# ถ้ามีเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงผลกระทบจะเกิดกับบริษัทย่อยของ BANPU คือ ITMG (BANPU ถือหุ้น ITMG 65%) ไม่มาก เพราะ ITMG มีรายได้จากการส่งออกเป็นหลัก จากแผนการผลิตของ ITMG ในอินโดนีเซียปีนี้ที่ 25 ล้านตันจะขายในประเทศเพียง 3 ล้านตัน หรือ 12% ของทั้งหมด ที่เหลืออีก 22 ล้านตันเป็นการส่งออก
# คาดว่าบริษัท PTBA ซึ่งเป็นบริษัทที่รัฐบาลอินโดนีเซียถือหุ้นใหญ่จะได้รับผลกระทบมากกว่า เพราะมีการขายถ่านหินในประเทศอินโดนีเซียราว 50% ของทั้งหมด
# สำหรับเรื่องคดีหงสา ทาง BANPU กล่าวว่าศาลฎีกายังไม่ได้กำหนดวันพิพากษาคดี แต่เคยมีการให้ข่าวว่าไว้เมื่อช่วงก่อนว่าการสรุปผลตัดสินคดีอาจจะใช้เวลา 3-5 ปี ซึ่งเดือนก.ย.60 นี้จะครบ 3 ปี แต่ก็ยังไม่แน่นอนว่าจะมีคำพิพากษาจากศาลฎีกาออกมาหรือไม่

+ CSL : ADVANC แสดงเจตจำนงแบบมีเงื่อนไขและไม่ผูกพันซื้อหุ้นจาก 2 ราย @ 7.80 บาท/หุ้น
# เมื่อ 5 ก.ย.60 ทาง ADVANC ได้มีหนังสือแสดงเจตจำนงแบบมีเงื่อนไขและไม่ผูกพันซื้อหุ้น CSL จากผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 ราย คือ THCOM (ถืออยู่ 42.07% ผ่านบริษัทย่อย ดีทีวี เซอร์วิส) และ SingTel (ถืออยู่ 14.14%)
# ราคาเสนอซื้อกำหนดไว้ที่ประมาณ 7.80 บาท/หุ้น แต่ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้หลังทำ Due Diligence โดยคาดว่าดีลจะได้ข้อสรุปและเสร็จสิ้นภายในกลางเดือนต.ค.60
# คาดว่าถ้าการซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 รายข้างต้นสำเร็จ ทาง ADVANC ก็ต้องทำเทนเดอร์ ออฟเฟอร์ เสนอรับซื้อจากผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ราคาไม่ต่ำกว่าที่ตกลงกับ 2 รายใหญ่ด้วย

นักวิเคราะห์ : อาภาภรณ์ แสวงพรรค – arparporns@th.dbsvickers.com


    

(นวพร เชื้อเมืองพาน เรียบเรียง ;โทร.02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com )

ที่มา: หุ้นอินไซด์


วันที่ : 14 กันยายน พ.ศ. 2560