Home > News Feed
    บล.เออีซี : SEAFCO แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน ที่ 17.10 บ.



Stock        : SEAFCO
Price        : 14.80
Target Price : 17.10
Rating       : BUY

ครึ่งปีหลังรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากงานภาครัฐและเอกชน

มี Backlog ในมือ 1,773 ล้านบาท และมีงานในตลาดที่อยู่ระหว่างประมูล 5,767 ล้านบาท
          จากงาน Opp. Day วานนี้ เราสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้ 1) SEAFCO มี Backlog ในมือ (ณ 31 ส.ค. 60) ราว 1,773 ล้านบาท (ซึ่งเป็นงานเฉพาะค่าแรง 50.5%) ซึ่งคาดรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ราว 1,000 ล้านบาท คิดเป็น 56% ของ Backlog โดยผู้บริหารแจ้งเพิ่มเติมว่า Backlog ดังกล่าวจะถูกปรับลดลงราว 200 ล้านบาท เนื่องจากงานมอเตอร์เวย์ที่รับจาก STEC มีการปรับลดมูลค่างานลงให้สอดคล้องการก่อสร้างจริง ขณะที่มีงานในตลาดที่อยู่ระหว่างประมูลอยู่อีก 111 โครงการ (ไม่รวมเมกะโปรเจค) มูลค่ารวมกัน 5,767 ล้านบาท และ 2) ผู้บริหารมีมุมมองเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมงานฐานราก โดยเฉพาะโครงการภาครัฐ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่จะเริ่มก่อสร้างในช่วง 4Q60 ซึ่งมีมูลค่างานฐานรากเฉพาะค่าแรงราว 1,000 ล้านบาท
 
ช่วง 3Q60-4Q60 คาดกำไรโต QoQ และ YoY จากงานภาครัฐและเอกชน
          ด้วยแรงหนุนจาก Backlog ในมือซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย Backlog ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่ระดับ 1,174 ล้านบาท ซึ่งคาดจะ Secured revenue ราว 95% ของประมาณการรายได้ในช่วง 2H60 บวกกับมีโอกาสได้งานใหม่จากการประมูลอย่างต่อเนื่องจากงานภาครัฐโดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม เราจึงคาดกำไรสุทธิช่วง 3Q60-4Q60 จะโตทั้ง QoQ และ YoY จากการรับรู้รายได้งานก่อสร้างรถไฟรางคู่ จิระ-ขอนแก่น งานมอเตอร์เวย์ รวมถึงงานสร้างตึกสูงในกทม. ซึ่งคาดหนุนปี 2560 SEAFCO มีกำไรสุทธิ 227 ล้านบาท โตเด่น 45.5%YoY และโตต่อ 21.4%YoY ในปี 2561 ตามประมาณการได้

ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น "ซื้อ" ด้วยมูลค่าพื้นฐานปี 2561 ที่ 17.10 บาท
          ด้วยอุตสาหกรรมงานฐานรากใหม่ยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะงานภาครัฐที่จะเริ่มก่อสร้างในปี 2561 ทั้งรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ รถไฟทางคู่ ทางด่วน บวกกับ มีโอกาสได้งานใหม่จากภาคเอกชน ซึ่งเป็นงานก่อสร้างอาคารสูงในกทม. เช่น โครงการ One Bangkok อีกทั้งราคาหุ้นมี Upside 15.5% หลังปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐานปี 2561 ที่ 17.10 บาท อิง PER 19.0x เท่าเดิม และคาดให้ Div. Yield ปีนี้ 3.1% จึงปรับเพิ่มคำแนะนำจาก "ถือ" เป็น "ซื้อ" (หลังประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 12 ต.ค. 60 หากมีมติอนุมัติให้แตกพาร์จากเดิมหุ้นละ 1 บาท เป็น 0.50 บาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขาย จะทำให้มูลค่าพื้นฐานปี 2561 ปรับลดลงเป็นหุ้นละ 8.55 บาท)

          จิรภัทร  โบสุวรรณ
          เลขทะเบียนนักวิเคราะห์ 040051
          E-mail : Jirapat.b@aecs.com 

    

(นวพร เชื้อเมืองพาน เรียบเรียง ;โทร.02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com )

ที่มา: หุ้นอินไซด์


วันที่ : 14 กันยายน พ.ศ. 2560