Home > News Feed
    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : ORI แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน ที่ 24.06 บ.


ราคาปิด 22.90 บาท ราคาพื้นฐาน 24.06 บาท (เดิม 23.93 บาท)
3Q60 ดีตามคาด 4Q60 จะยิ่งสูง
 กำไรสุทธิ 3Q60 เป็น 556 ล้านบาท (+253% y-o-y, +133% q-o-q) แต่ไตรมาสนี้มีกำไรพิเศษ 267ล้านบาท หากไม่นับกำไรหลักเป็น 289 ล้านบาท (+83% y-o-y, +21% q-o-q) แรงผลักดันมาจากรายได้ที่เติบโตสูง
 คาดกำไรสุทธิ 4Q60 จะสูงสุดในรอบปีสัดส่วนถึง 56% เป็น 1.2 พันล้านบาท (+281% y-o-y, +118%q-o-q) โดยคาดว่าจะมีกำไรพิเศษ 397 ล้านบาท หากไม่นับกำไรหลักเป็น 954 ล้านบาท (+199% yo-y, +230% q-o-q)
 โดดเด่นจากการเติบโตภายนอก ซื้อกิจการพราวด์ฯ และร่วมทุนกับ NRED และได้ประโยชน์ EECมากสุดในกลุ่ม
 ซื้อ ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรเล็กน้อย คาดอัตราเติบโตกำไร CAGR สูงสุดในกลุ่ม ราคาพื้นฐานใหม่เป็น 24.06 บาท

กำไรสุทธิ 3Q60 ดีตามคาด กำไรสุทธิ 3Q60 เป็น 556 ล้านบาท (+253% y-o-y, +133% q-o-q) แต่ไตรมาสนี้มีกำไรพิเศษ 267 ล้านบาท จากการขายหุ้นให้กับบริษัทร่วมทุนที่บริษัทไปร่วมกับบริษัทโนมูระเรียล เอสเตท ดีเวลล็อปเม็นท์ (NRED) หากไม่นับกำไรพิเศษ กำไรหลัก 3Q60 เป็น 289 ล้านบาท (+83% y-o-y, +21% q-o-q)แรงผลักดันจากรายได้ที่เติบโตสูงเป็น 1,665 ล้านบาท (+90% y-o-y, +43% q-o-q) อัตรากำไรขั้นต้นไตรมาสนี้ทำได้ดีเป็น 46.8% แม้สัดส่วนค่าใช้จ่ายขาย-บริหารเทียบกับรายได้เป็น 22% สูงกว่า y-o-y และ q-o-qกำไรสุทธิ 9M60 เติบโตดีเช่นกัน เป็น 967 ล้านบาท (+203% y-o-y) หากไม่นับกำไรพิเศษ กำไรหลัก 9M60เป็น 700 ล้านบาท (+119% y-o-y) แรงผลักดันจากรายได้ที่เติบโตสูงเป็น 3,690 ล้านบาท (+98% y-o-y) อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ดีเป็น 46.6% เทียบ y-o-y ที่ 43.8% สัดส่วนค่าใช้จ่ายขาย-บริหารเทียบกับรายได้เป็น 22% ต่ำกว่า y-o-y ที่ 24%

งบดุลใช้หนี้เงินกู้มากขึ้น อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน ณ สิ้น 3Q60 เพิ่มเป็น 1.3 เท่า จากไตรมาสก่อนหน้าที่1.2 เท่า มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นเป็น 1.99 บาท ด้านกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 9M60 เป็น -2.4 พันล้านบาทน้อยลงกว่า y-o-y ที่เป็น -0.94 พันล้านบาท

คาดกำไรสุทธิ 4Q60 จะสูงสุดในรอบปี มีสัดส่วนถึง 56% จากประมาณการทั้งปีเป็น 1.2 พันล้านบาท(+281% y-o-y, +118% q-o-q) โดยคาดว่าจะมีกำไรพิเศษ 397 ล้านบาท หากไม่นับกำไรหลักเป็น 954 ล้านบาท(+199% y-o-y, +230% q-o-q) และคิดเป็นสัดส่วน 56% จากประมาณการตลอดปี 60 นอกจากตัวบริษัทเองจะมีการโอนคอนโดได้เพิ่มขึ้นแล้ว ไตรมาส 4Q60 จะเป็นไตรมาสแรกที่นำรายได้จากการโอนคอนโดพาร์ค 24 เฟส 1เข้ามาบันทึกเป็นไตรมาสแรกในจำนวนถึง 3 พันล้านบาท ซึ่งเกิดจากการเข้าซื้อกิจการพราวด์ เรสซิเดนท์ฯเข้ามาโดดเด่นในหลักทรัพย์กลุ่มที่อยู่อาศัย โดดเด่นจากการเติบโตภายนอก ซื้อกิจการพราวด์ฯ เข้ามา นอกจากรายได้และกำไรเพิ่มสูงขึ้น จากโครงการคอนโดพาร์ค 24 ที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว ก็จะทำให้บริษัทเข้าสู่ตลาดคอนโดระดับบนได้อย่างรวดเร็วในอนาคตก็จะมีคอนโดขนาดใหญ่ในแบรนด์พาร์คที่ ทองหล่ออีก ซึ่จะมีการร่วมทุนกับNRED ในมูลค่าถึง 11 พันล้านบาท หลังจากปีนี้มี 3 โครงการมูลค่า 8 พันล้านบาท และได้ประโยชน์ EEC มากสุดในกลุ่มที่อยู่อาศัย เพราะมีทั้งโครงการคอนโดที่อยู่อาศัยเพื่อจำหน่าย และในอนาคตจะมีทั้งโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์เกิดขึ้นมาอีกที่จังหวัดชลบุรี และระยอง ส่วนในกรุงเทพฯจะมี ORIGIN 24 (ตรงข้ามคอนโด พาร์ค24) ทองหล่อ และทำเลอื่นๆอีก

แนะนำซื้อ ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรขึ้นเล็กน้อยปีนี้และปีหน้า ปีละ 1% เมื่อลดอัตราต้นทุนเฉลี่ยทางการเงินลงเป็น 4.5% คาดว่าอัตราเติบโตกำไร CAGR ระหว่างปี 59-62 จะสูงสุดในกลุ่มที่อยู่อาศัยที่ระดับ 75% ราคาพื้นฐานใหม่เป็น 24.06 บาท ประเมินด้วยวิธี SOP ราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้อีก 13% ผนวกกับคาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลปีนี้และปี 61 ที่ระดับ 3.0% และ 3.5% ตามลำดับ ล่าสุดบริษัทเปลี่ยนนโยบายจ่ายปันผลเป็นปีละ 2 ครั้ง
นักวิเคราะห์ : สมบัติ เอกวรรณพัฒนา : sombata@th.dbs.com

    

(นวพร เชื้อเมืองพาน เรียบเรียง ;โทร.02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com )

ที่มา: หุ้นอินไซด์


วันที่ : 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560