Home > News Feed
     Update: ECF คาดปี61 รายได้พุ่งแตะ 1.9พันลบ. เน้นรุกตลาดยุโรป ,เล็งลงทุนโรงไฟฟ้าชีวมวล 4 - 5 โครงการ  


  สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(   22 พฤศจิกายน   2560)--------ECF คาดปี61 รายได้พุ่งแตะ 1.9พันลบ.  เน้นรุกตลาดยุโรป  มองแนวโน้ม Q4/60 โตต่อเนื่อง เตรียมรับรูรายได้ COD โรงไฟฟ้าชีวมวล จ.แพร่ ฟอร์มดีทุกกลุ่มธุรกิจ เล็งลงทุนโรงไฟฟ้าชีวมวล 4 - 5 โครงการ 

  นายอารักษ์ สุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) หรือ ECF เปิดเผยว่า ตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ในปี 61 เพิ่มขึ้นเป็น 1.9 พันล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากเฟอร์นิเจอร์ของบริษัท 1.6 พันล้านบาท และจากแบรนด์ Costa อีก 300 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10 - 12% จากปีนี้ที่มีการเติบโต 10 - 15% จากปี 59 หลังจากที่เศรษฐกิจโลกเริ่มมีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน ทำให้บริษัทได้รับคำสั่งซื้อเข้ามาจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจากตลาดประเทศญี่ปุ่น ที่ยังเติบโตดี  ขณะที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้าในประเทศกลุ่มยุโรปเพื่อกลับเข้าทำตลาดอีกครั้ง เนื่องจากกำลังซื้อในยุโรปกลับมาฟื้นตัว 
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทใช้กำลังการผลิตทั้งหมดอยู่ที่ราว 80 - 90% ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เต็มกำลังการผลิต ทำให้ต้องมีการนำเข้าวัตถุดิบบางส่วนเข้ามาโดยบริษัทจะมีการปรับปรุงเครื่องจักรและเปลี่ยนเครื่องจักรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้งบลงทุนราวปีละ 40 - 50 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ คาดว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทจะอนุมัติแผนลงทุนและก่อสร้างโรงงานผลิตไม้เอ็มดีเอฟ (MDF Board) และแผ่นปาร์ติเกิ้ล (Particleboard)ได้ภายในช่วงไตรมาส 1/61 โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 600 - 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งจะใช้รองรับการผลิตให้แก่ ECF 30% ของกำลังผลิตทั้งหมด และส่วนที่เหลือจะนำไปจำหน่ายให้แก่บริษัทอื่นๆ รวมถึงบริษัท Costa ที่บริษัทนำสินค้ามาจำหน่ายด้วย   ซึ่งหากการเติบโตเป็นไปตามแผนคาดว่าในปี 63 บริษัทจะมีรายได้จากการจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์อยู่ที่ 3 พันล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากเฟอร์นิเจอร์ของบริษัท 2 พันล้านบาท และมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าแบรนด์ Costa อยู่ที่ 1 พันล้านบาท
ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการ ในช่วงไตรมาส 4/60 บริษัทคาดจะเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจพลังงานทดแทน คาดว่ารายได้รวมในปีนี้จะเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้
สำหรับธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ช่วงปลายปี มีความคึกคักมากขึ้น รับอานิสงส์มติครม.ออกมาตรการช๊อบปิ้งช่วยชาติ 11 พ.ย.- 3 ธ.ค.60 วงเงิน 15,000 บาทนำไปลดหย่อนภาษี เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ อีกทั้ง ครม.ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนจากเหตุการณ์น้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา ในการซ่อมแซมบ้านเรือน เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ใหม่  ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุน ส่งผลให้ยอดสั่งซื้อสินค้าเฟอร์นิเจอร์ในประเทศปรับตัวสูงขึ้น  ซึ่งงวด 9 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายในประเทศเติบโต 12% และบริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์กระตุ้นยอดขาย เพิ่มช่องทางจำหน่ายในประเทศให้มากขึ้น ตามการขยายตัวของร้านค้าปลีก-ส่งเฟอร์นิเจอร์ทั่วประเทศ โมเดิร์นเทรดต่าง ๆ และเจรจากับลูกค้าใหม่ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง 
ส่วนธุรกิจพลังงานทดแทน โรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลขนาด 7.5 เมกะวัตต์ จ.นราธิวาส ได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ (COD) และเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเต็มไตรมาสสามที่ผ่านมา จำนวน 6.7 ล้านบาท และโรงไฟฟ้าชีวมวล ขนาดกำลังการผลิต 2 เมกะวัตต์ จ.แพร่ คาดว่าจะ COD ในเดือน ม.ค. 61 และ ก.พ. 61 ตามลำดับ 
นอกจากนี้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์  ขนาด 220 MW ประเทศเมียนมาร์ ขณะนี้เริ่มก่อสร้างเฟสแรกแล้ว คาดว่าจะเริ่ม COD กลางปี 61 มั่นใจแผนขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าช่วยส่งเสริม และสร้างการเติบโตของรายได้ที่มั่นคงให้แก่บริษัทต่อไปในอนาคต อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้อีกหลายโครงการ 
สำหรับธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลกำลังการผลิต 2 เมกะวัตต์(MW) ในจังหวัดแพร่ คาดว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ได้ภายในเดือนม.ค.61 ในขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเมียนมากำลังการผลิตทั้งหมด 220 MW คาดว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเชิงพาณิชย์(COD)ได้ภายในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.61 จำนวน 50 MW ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้แล้วจะเริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้า ระยะที่ 2 กำลังผลิต 50 MW ทันที
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการหาโอกาสเข้าร่วมลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลทั้งหมด 4 - 5 โครงการ  
ส่วนความคืบหน้าของการนำ บริษัท เซฟ เอนเนอร์จี โฮลดิ้งส์ จำกัด เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯอยู่ระหว่างการเพิ่มมูลค่าโครงการให้ตรงกับเงื่อนไขของตลาดหลักทรัพย์ โดยคาดว่าจะสามารถผลักดันเข้าจดทะเบียนได้ในปี 62 
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/60 บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 353.80 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 316.37 ล้านบาท จำนวน 37.43  ล้านบาท หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 12 % และมีกำไรจากธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ 19.15 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 204 สำหรับกำไรรวมธุรกิจอื่น ๆ และธุรกิจพลังงานมีกำไร 17.99 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 34 เนื่องจากไตรมาส 3 ปีที่แล้ว บริษัทมีกำไรจากการขายโรงไฟฟ้าที่ประเทศญี่ปุ่น 
นายอารักษ์ กล่าวต่อไปว่า ถึงแม้ว่าภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้ ในส่วนของกำไรสุทธิจะปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 34 แต่หากพิจารณาจากกำไรสุทธิเฉพาะธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และส่วนแบ่งกำไรที่รับรู้จากการลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าในปีนี้ เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 540 % ซึ่งไม่นับรวมกำไรจากการขายโรงไฟฟ้าที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว 
ขณะที่ผลประกอบการงวด 9 เดือนรายได้รวมทั้งสิ้น 1,080.70 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,007.49  ล้านบาท จำนวน 73.20  ล้านบาท หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.27 % และมีกำไรจากธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ 53.40 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 17 สำหรับกำไรรวมธุรกิจอื่น ๆ และธุรกิจพลังงานมีกำไร 41.52 ล้านบาท อย่างไรก็ตามหากไม่นับรวมกำไรจากการจำหน่ายโรงไฟฟ้าที่ประเทศญี่ปุ่นของไตรมาส 3 ปีที่แล้ว ผลการดำเนินงานของบริษัททั้งส่วนของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และส่วนที่รวมธุรกิจพลังงานยังนับว่าเติบโตต่อเนื่อง  


ปิดการซื้อขายวันนี้  ราคาหุ้น  ECF  อยู่ที่ 6.60  บาท  เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 3.13%   มูลค่าการซื้อขาย  50.83 ล้านบาท 



 
    

(ภาคภูมิ พุ่มมาลา รายงาน;สุกัญญา ศิริรวง เรียบเรียง;โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ) 
     
ที่มา: หุ้นอินไซด์


วันที่ : 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560