Home > News Feed
     Update:AIT ตั้งเป้ารายได้ปี61แตะ 5.5 พันลบ. เผยตุนBacklog 4 พันลบ. รับรู้ฯปีหน้า 3 พันลบ.

 


  สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(  7  ธันวาคม  2560)------AIT ตั้งเป้ารายได้ปี61แตะ 5 พันลบ. เผยตุนBacklog 4 พันลบ. รับรู้ฯปีหน้า 3 พันลบ. เตรียมเข้าประมูลงานมูลค่า 2 หมื่นลบ. คาดได้งาน2-3 โครงการมูลค่า 6-7 พันลบ. วางงบลงทุนปี 61 ไม่เกิน 20 ลบ.ใช้ลงทุนในR&D-พัฒนาซอฟแวร์-พัฒนาบุคลากร
 
นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT เปิดเผยว่าบริษัทตั้งเป้ารายได้ปี2561 เติบโตประมาณ 10% หรือ 5.5 พันล้านบาท จากปีนี้ที่บริษัทมั่นใจว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 5,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 4,419.08   ล้านบาท โดยใน 9 เดือนบริษัทสามารถทำได้แล้ว 4.11 พันล้านบาท  เนื่องจากบริษัทมีงานในมือ(Backlog) อยู่อีกราว 4  พันล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ภายในช่วงที่เหลือของปีนี้บางส่วน และรับรู้ในปีหน้าราว 3 พันล้านบาท  พร้อมกันนี้บริษัทยังประเมินว่าอัตรากำไรสุทธิและอัตรากำไรขั้นต้นจะกลับมาสู่ภาวะปกติตามที่บริษัทคาดการณ์ไว้ได้ โดยอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 8-10% และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 23%   หลังจากในปีนี้บริษัทได้รับผลกระทบจากงานที่มาร์จิ้นต่ำ  อาทิโครงการเน็ตประชารัฐซึ่งมีการแข่งขันในเรื่องราคาค่อนข้างดุเดือด  ประกอบกับในปีหน้าบริษัทคาดว่างานประมูลใหม่จะออกมาค่อนข้างมากจึงอาจไม่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันมากนัก
 โดยในปี 61 บริษัทประเมินว่าจะมีงานจากทางภาครัฐบาลและเอกชนมูลค่าราว 2 หมื่นล้านบาทซึ่งทางบริษัทมีแผนที่จะเข้าประมูลงานดังกล่าวด้วยเช่น และคาดหวังว่าจะได้งานราว 2-3 โครงการมูลค่า 6-7 พันล้านบาท โดยเป็นงานจากภาครัฐบาลเป็นหลัก
สำหรับในปี 61 บริษัทได้วางงบลงทุนไว้ไม่เกิน 20 ล้านบาท โดยจะใช้ในการลงทุนวิจัยและพัฒนา (R&D)พัฒนาซอฟแวร์และใช้ในการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับแผนการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ ซึ่งแผนการลงทุนสตาร์ทอัพบริษัทคาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนภายในปี 61 โดยบริษัทมีความสนใจในธุรกิจที่เกี่ยวกับICT 
ส่วนแผนการลงทุนระบบทะเบียนทะเบียนราษฎร์ในประเทศกัมพูชาบริษัทคาดว่าจะได้ความชัดเจนในการลงทุนในปี61 เนื่องจากบริษัทได้พันธมิตรใหม่จากจีนที่มีความพร้อมในการลงทุน หลังจากที่ผ่านมาได้จับมือพันธมิตรในท้องถิ่น แต่ติดเงื่อนไขในการรับรู้รายได้จากรัฐบาลในประเทศกัมพูชาค่อนข้างนาน พันธมิตรดังกล่าวจึงถอนตัว
ส่วนโครงการเคเบิ้ลใยแก้วภาคพื้นดินเส้นทางพม่า-กรุงเทพฯ-หาดใหญ่-สิงคโปร์ ที่มูลค่าการลทุนไม่มากนัก  คาดจะเปิดให้บริการได้ในช่วงไตรมาส1/61 ส่วนโครงการเคเบิ้ลใยแก้วใต้น้ำที่เมียนมาร์ไปถึงสิงคโปร์  ปัจจุบันอยู่ระหว่างการติดตตั้งโดยมีมูลค่าลงทุน 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นโครงการที่บริษัทได้ร่วมทุนกับบมจ.ล็อกซเล่ย์ (LOXLEY) โดยบริษัทถือหุ้น 23%   
ขณะที่บริษัทคาดว่าการให้บริการ Data Center จะสามารถให้บริการอย่างเต็มประสิทธิภาพได้ในช่วงไตรมาส 1/61นี้  ภายใต้บริษัท Genesis โดยมี AIT, ITEL และ WHA ลงทุนร่วมกัน โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นรายละ 33.33%  ซึ่งในปัจจุบันนั้นได้มีผู้เช่าเข้ามาเตรียมความพร้อมใช้บริการแล้วราว 30% ของจำนวน 600 Racks ซึ่งคาดว่าในระยะต่อไปจำนวนผู้เช่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้การลงทุนในโครงการต่างๆบริษัทประเมินว่าจะให้อัตราผลตอบแทน(Internal Rate of Return: IRR)ไม่ต่ำกว่า 15%และใช้ระยะเวลา 4ปีในการถึงจุดคุ้มทุน
 
 
ปิดการซื้อขายวันนี้  ราคาหุ้น  AIT  อยู่ที่ 28.75  บาท เพิ่มขึ้น  0.25 บาท หรือ 0.88%    มูลค่าการซื้อขาย 8.90   ล้านบาท 
 
 
 
 
 
 
 
    

(กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา รายงาน;สุกัญญา ศิริรวง เรียบเรียง ;โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ) 
     
ที่มา: หุ้นอินไซด์


วันที่ : 07 ธันวาคม พ.ศ. 2560