Home > News Feed
    บล.จีเอ็มโอ-แซด คอม : SMIT แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน ที่ 6.90 บ.


ครอบคลุมเรื่องเครื่องจักร
•    เริ่มต้นแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเหมาะสมปี 18 ที่ 6.90 บาท
เราเริ่มต้นออกบทวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเหมาะสมปี 18 ที่ 6.90 บาท ประเมินมูลค่าอิงค่าเฉลี่ย PER ย้อนหลังที่ 14.00 เท่า โดย SMIT มีความน่าสนใจเนื่องจากผลประกอบการยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่มีอัตราเงินปันผลในระดับที่น่าจูงใจราว 5%-6% ต่อปี

•    ผลประกอบการ 4Q17 มีโอกาสทำจุดสูงสุดของปี
ทิศทางผลประกอบการ 4Q17 มีโอกาสทำจุดสูงสุดของปี เนื่องจากเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และในช่วง พ.ย. ที่ผ่านมา บริษัทได้ไปออกงานมหกรรมเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมโลหะการระดับอาเซียน (Metalex 2017) ส่งผลให้มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ประกอบกับมูลค่าเงินลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรมโดยรวมยังคงปรับตัวสูงขึ้น ประมาณการกำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 65.3 ล้านบาท (+7.5%QoQ, +26.6%YoY) ส่งผลให้มีกำไรทั้งปี 17 ที่ระดับ 236.0 ล้านบาท เติบโต +19.9%YoY
•    แนวโน้มผลประกอบการปี 18 เติบโตต่อเนื่อง
สำหรับแนวโน้มปี 18 คาดผลประกอบการยังเติบโตต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุหลักจาก 1)ภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวส่งผลให้ภาคเอกชนมีการลงทุนเพิ่มขึ้น 2)ภาครัฐได้ดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษกิจต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ส่งผลให้ความต้องการใช้เหล็กทำแม่พิมพ์ และเครื่องจักรเพิ่มสูงขึ้น 3)คาดยอดขายเหล็กแข็งสำหรับทำแม่พิมพ์และบริการชุบเหล็กเติบโตต่อเนื่อง จากการเพิ่มชนิดสินค้าที่มีความหลายหลายมากขึ้น 4)เม็ดเงินลงทุนในเครื่องจักรของผู้ประกอบการเริ่มทยอยกลับมา ประมาณการกำไรสุทธิปี 18 ที่ระดับ 257.4 ล้านบาท เติบโต +9.1%YoY

•    ประเมินมูลค่าอิงค่าเฉลี่ย PER ย้อนหลัง
เราประเมินราคาเหมาะสมปี 18 ของ SMIT ที่ 6.90 บาท อิงค่าเฉลี่ย PER ย้อนหลังที่ 14.00 เท่า มี Upside 16.0% และคาดเงินปันผลปี 18 ที่ 0.37 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ที่ 6.3%

•    ครอบคลุมเรื่องเครื่องจักร
บมจ. สหมิตรเครื่องกล (SMIT) ประกอบธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรม วัตถุดิบ    เครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับโรงงานอตุสาหกรรมหลากหลายประเภท โดยแบ่งเป็นกลุ่มเหล็กแข็ง กลุ่มเครื่องจักรในการทำแม่พิมพ์ และเครื่องจักรอุปกรณ์อื่น ๆ กลุ่มผลิตภัณฑ์กระดาษ กลุ่มเครื่องจักรและอุปกรณ์ในอุตสาหกรรมไม้ เฟอร์นิเจอร์ และใบมีดอุตสาหกรรม และกลุ่มผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า ซึ่งครอบคลุมภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ อุตสาหกรรมแม่พิมพ์ชิ้นส่วนเครื่องมือ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้ และอุตสาหกรรมกระดาษ เป็นต้น โดยบริษัทได้เป็นตัวแทนจำหน่ายของ Bohler International GmbH แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการก่อน และหลังการขายในลักษณะต่างๆ เพื่อสร้าง Value Added ให้กับผลิตภัณฑ์

บริษัทมีศูนย์กระจายสินค้า จำนวน 2 แห่ง คือ สำนักงานและคลังสินค้าพระราม 3 และคลังสินค้า อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีฐานลูกค้ากว่า 2,000 ราย ซึ่งกระจายอยู่ในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท ทั้งนี้หากแบ่งยอดขายตามผลิตภัณฑ์ พบว่ารายได้ส่วนใหญ่มาจากผลิตภัณฑ์กลุ่มเหล็กแข็งสำหรับทำแม่พิมพ์และบริการชุบเหล็กคิดเป็นสัดส่วน 56.4% ของรายได้รวม ซึ่งส่วนใหญ่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหลัก รองลงมาเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องมือและเครื่องจักรกลโรงงานที่มีรายได้คิดเป็นสัดส่วน 27.2% ของรายได้รวม ส่วนที่เหลือเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มกระดาษ ผลิตภัณฑ์กลุ่มอุตสาหกรรมไม้ และผลิตภัณฑ์กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า คิดเป็นสัดส่วน 6.0%, 7.6% และ 2.1% ตามลำดับ

•    คาดผลประกอบการ 4Q17 มีโอกาสทำจุดสูงสุดของปี
ทิศทางผลประกอบการ 4Q17 มีโอกาสทำจุดสูงสุดของปี โดยเราคาดรายได้จากการขายและบริการที่ 597.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +9.8%QoQ และ +14.3%YoY เนื่องจากเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ และในช่วง พ.ย. ที่ผ่านมา บริษัทได้ไปออกงานมหกรรมเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมโลหะการระดับอาเซียน (Metalex 2017) ส่งผลให้มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ประกอบกับผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทครอบคลุมและรองรับการเติบโตของภาคการผลิตเป็นหลัก ผลประกอบการของบริษัทมีแนวโน้มเติบโตไปในทิศทางเดียวกับจำนวนเม็ดเงินลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งนี้จากข้อมูลของกรมโรงงานอุตสาหกรรม มูลค่าเงินลงทุนโดยรวมยังคงปรับตัวสูงขึ้น +4.0% สู่ระดับ 3.2 แสนล้านบาท สืบเนื่องจากโรงงานต่างๆมีการลงทุนในเครื่องจักรเพิ่มขึ้น ทั้งจากการสั่งซื้อเครื่องจักรใหม่หรือการปรับปรุงเครื่องจักรเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประมาณการกำไรสุทธิ 4Q17 เท่ากับ 65.3 ล้านบาท (+7.5%QoQ, +26.6%YoY) ส่งผลให้มีกำไรทั้งปี 17 ที่ระดับ 236.0 ล้านบาท เติบโต +19.9%YoY


•    แนวโน้มผลประกอบการปี 18 เติบโตต่อเนื่อง
สำหรับแนวโน้มปี 18 คาดผลประกอบการยังเติบโตต่อเนื่อง เราคาดรายได้จากการดำเนินงานที่ระดับ 2,290.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8%YoY โดยมีสาเหตุหลักจาก 1)ภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวส่งผลให้ภาคเอกชนมีการลงทุนเพิ่มขึ้น 2)ภาครัฐได้ดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษกิจต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ส่งผลให้ความต้องการใช้เหล็กทำแม่พิมพ์ และเครื่องจักรเพิ่มสูงขึ้น 3)คาดยอดขายเหล็กแข็งสำหรับทำแม่พิมพ์และบริการชุบเหล็กเติบโตต่อเนื่อง จากการเพิ่มชนิดสินค้าที่มีความหลายหลายมากขึ้น 4)เม็ดเงินลงทุนในเครื่องจักรของผู้ประกอบการเริ่มทยอยกลับมา (ดู Figure 4 ประกอบ) ในส่วนของของอัตรากำไรขั้นต้นเราคาดว่าบริษัทจะสามารถทำได้ที่ 32% ใกล้เคียงกับปี 17  จากการรักษาสัดส่วนรายได้บริการที่มี Margin สูง ประกอบกับการบริหาร Stock เหล็กที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นบริษัทยังได้พยายามเข้าสู่ธุรกิจ Aerospace ซึ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยได้รับใบรับรองมาตรฐานชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมการบิน AS9100 ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการยื่นขอมาตรฐาน National Aerospace Defense Contractors Accreditation Program (NADCAP) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสูงสำหรับอุตสาหกรรมอากาศยาน  อย่างไรก็ตามธรรมชาติของธุรกิจนี้การเพิ่มขึ้นของรายได้ไม่ได้รวดเร็วนัก โดยอาจต้องใช้เวลาราว 1 - 2 ปี กว่าจะมีบทบาทที่ชัดเจนต่อผลประกอบการของบริษัท เราประมาณการกำไรสุทธิปี 18 ที่ระดับ 257.4 ล้านบาท เติบโต +9.1%YoY
•    เริ่มต้นแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเหมาะสมปี 18 ที่ 6.90 บาท
เราเริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินมูลค่าอิงค่าเฉลี่ย PER ย้อนหลังที่ 14.00 เท่า ภายใต้สมมติฐานประมาณการของเรา ได้ราคาเหมาะสมปี 18 เท่ากับ 6.90 บาท โดย SMIT  มีความน่าสนใจเนื่องจากผลประกอบการยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่มีอัตราเงินปันผลในระดับที่น่าจูงใจราว 5% - 6%  ต่อปี
•    ความเสี่ยงสำคัญ
เศรษฐกิจชะลอตัว, การส่งสินค้าล่าช้า, ราคาสินค้าและวัตถุดิบผันผวน




Watcharain Jongyanyong

Fundamental Analyst
Sec No. 057768
(+66) 2 088 8159
Watcharain.j@zcomsec.com

    

(นวพร เชื้อเมืองพาน เรียบเรียง ;โทร.02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com )

ที่มา: หุ้นอินไซด์


วันที่ : 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561