Home > News Feed
    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน

"ตลาดรอดูตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ"
หุ้นที่เปลี่ยนคำแนะนำทางปัจจัยพื้นฐานวันนี้ : UV (จากซื้อเป็น Fully Valued)
          ปัจจัยต่างประเทศ & ภายใน : ปัจจัยในประเทศ - สถาบันในประเทศยังคงเดินหน้าซื้อสุทธิ 4.2 พันลบ.ในตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ ขณะที่ต่างชาติขายสุทธิต่ออีก 2.5 พันลบ. ปิดตลาด SET ทรงๆ อยู่ที่ 1800.03 จุด หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว Perform ดีทั้ง AOT, ERW, CENTEL, MINT เพราะช่วง 4Q และ 1Q เป็น High season ของอุตสาหกรรม สำหรับการประชุมกนง.วันนี้ (14 ก.พ.) คาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.5% ปัจจัยที่มีน้ำหนักจะเป็น รายงานผลประกอบการและประกาศจ่ายปันผลของบจ.
          ปัจจัยต่างประเทศ - ดัชนีตลาดหุ้นต่างประเทศเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เพราะรอดูตัวเลขเงินเฟ้อเดือนม.ค.61 ของสหรัฐทั้งตัวเลข CPI (ประกาศ 14 ก.พ.) และตัวเลข PPI (ประกาศ 15 ก.พ.) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งขณะนี้ CME Group FedWatch ระบุโอกาสความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม 21 มี.ค.61 เท่ากับ 77.5% , 2 พ.ค.เท่ากับ 4.8%, 13 มิ.ย.เท่ากับ 53.3%,  1 ส.ค.เท่ากับ 9.4%, 26 ก.ย.เท่ากับ 29.5%, 8 พ.ย.เท่ากับ 8.6% และ 19 ธ.ค. เท่ากับ 16.1% (ดูจาก Prob แล้วตลาดยังมองว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 3-4 ครั้งในปีนี้)
          สำหรับ Bond yield 10 ปีสหรัฐที่สูงกว่าของไทย (2.831% vs 2.420%) เป็นความไม่ปกติ เพราะสถานะประเทศสหรัฐแข็งแรงกว่า Yield ก็ควรจะต่ำกว่า ซึ่งการที่เป็นเช่นนี้เพราะตลาดประเมินว่าปีนี้อัตราดอกเบี้ยสหรัฐอาจปรับขึ้นเร็ว ขณะที่ดอกเบี้ยไทยมีแนวโน้มทรงตัว
          # Update - MSCI Rebalancing รอบก.พ.61 คงน้ำหนักหุ้นไทยที่ระดับ 2.4% ของตลาดหุ้นเกิดใหม่ (EM) โดยครั้งนี้ไม่มีหุ้นไทยเข้าหรือออกจากดัชนี MSCI Global Standard และ Small Cap Index แต่มีการเพิ่มน้ำหนักหุ้น MINT (+0.106% ของ MSCI Thailand) และหุ้น IVL (+0.04%) แต่ลดน้ำหนักลงทุนหุ้น TMB (-0.15%)
          กลยุทธ์ทางพื้นฐาน : แนะเลือกซื้อเป็นรายบริษัท โดยธีมเด่นหุ้นดีจาก DBS ในปี 61 เราเลือกเป็น 1. Investment recovery play (หุ้นเด่น AMATA ราคาพื้นฐาน 30 บาท), 2. Dividend play (หุ้นเด่น KKP ราคาพื้นฐาน 88 บาท), 3. Growth play (หุ้นเด่น IVL ราคาพื้นฐาน 65 บาท) และ 4. Tourism play (หุ้นเด่น ERW ราคาพื้นฐาน 10.50 บาท) การอ่อนตัวของราคาหุ้นเป็นจังหวะทยอยซื้อสะสม
          กลยุทธ์ทางเทคนิค : ภาพตลาดพลิกเป็นบวกเล็กๆ เน้นซื้อตามด้วยค่าบวก แนวต้าน 1805-1810, 1820 จุด หลุด 1790 จุดควรลดพอร์ตตาม โดยมีแนวรับ 1760, 1750-1740 จุด สำหรับหุ้นที่มีโอกาสทำ New high ที่เข้ามาใหม่ ได้แก่ MTLS, TASCO, ADVANC, IRPC, EKH, JKN, SPA, AU ส่วนหุ้นที่แนะนำไป แล้วให้หาจังหวะ Take profit เป็น JMT, ERW, PSL, BCH หุ้นที่ยังอยู่ใน List คือ PLAT, TMB, GOLD, RS, THG, ASAP, GULF, TWPC, RCL, GFPT หุ้นหลุด List  คือ SYNEX, CPN, LPH

          นักกลยุทธ์&นักวิเคราะห์ : อาภาภรณ์ แสวงพรรค& Reseach Team


Need to know TODAY

ปัจจัยต่างประเทศ
สหรัฐ : ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อเดือนม.ค.61 สัปดาห์นี้
          # กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนม.ค.ในวันพุธ และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดี ถ้าตัวเลขออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ ก็อาจทำให้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด
          # นักวิเคราะห์คาดการณ์ดัชนี CPI เดือนม.ค.61 จะขยายตัวที่ระดับ 1.9%YoY หลังจากขยายตัว 2.1%YoY ในเดือนธ.ค.60

ภาวะตลาดหุ้น : ดัชนี DJIA ขยับขึ้นเล็กน้อย
          # ดัชนี DJIA ปิดที่ 24,640.45 จุด +39.18 จุด หรือ +0.16% ดัชนี S&P500 +6.94 จุด หรือ +0.26% และดัชนี Nasdaq +31.55 จุด หรือ +0.45%
          # ดัชนีตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลง 0.6-0.7% ส่วนดัชนีตลาดหุ้นลอนดอนปิดอ่อนเล็กน้อย 0.13% เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่เข้ามากระตุ้น โดยรอตัวเลข CPI & PPI เดือนม.ค.ของสหรัฐเพื่อหาสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดต่อไป 

ภาวะตลาดน้ำมัน : ราคาทรงตัว…กังวลว่าอุปทานที่เพิ่มจากสหรัฐ
          # สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 10 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 59.19 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วน BRENT ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 13 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 62.72 ดอลลาร์/บาร์เรล
          # IEA ระบุว่าการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประเทศนอกกลุ่มโอเปก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐ จะทำให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกมีมากกว่าอุปสงค์ในปีนี้  (Oversupply)

ภาวะตลาดทองคำ : ราคาขยับขึ้น 0.3%
          # สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 4 ดอลลาร์ หรือ 0.3% ปิดที่ 1,330.40 ดอลลาร์/ออนซ์

ปัจจัยในประเทศ & หุ้นเด่น

+ MSCI เพิ่มน้ำหนักลงทุน 2 หุ้น คือ MINT และ IVL
          # MSCI Rebalancing รอบก.พ.61...คงน้ำหนักหุ้นไทยที่ระดับ 2.4% ของตลาดหุ้นเกิดใหม่ (EM) ซึ่งครั้งนี้ไม่มีหุ้นไทยเข้าหรือออกจากดัชนี MSCI Global Standard และ Small Cap Index แต่มีการเพิ่มน้ำหนักหุ้นบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)-MINT โดยเพิ่มน้ำหนักลงทุนขึ้นประมาณ 0.106% ของ MSCI Thailand และหุ้นบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด(มหาชน)-IVL โดยเพิ่มน้ำหนักลงทุนขึ้น 0.04% แต่ลดน้ำหนักลงทุนหุ้นของธนาคารทหารไทย จำกัด(มหาชน)-TMB โดยลดน้ำหนักลงทุนประมาณ 0.15% ของ MSCI Thailand

          นักวิเคราะห์ : อาภาภรณ์ แสวงพรรค - arparporns@th.dbs.com
         

    

(นวพร เชื้อเมืองพาน เรียบเรียง ;โทร.02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com )

ที่มา: หุ้นอินไซด์


วันที่ : 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561